ทนายตั้ม-ดาราสาว ร้องขอโอนคดีหลานอดีตรมต.ข่มขืน มา บชก.ทำแทนท้องที่

ทนายตั้ม-ดาราสาว ร้องขอโอนคดีหลานอดีตรมต.ข่มขืน มา บชก.ทำแทนท้องที่

       ทนายตั้ม ษิทรา พาดาราสาว ผู้เสียหายในคดี หลานอดีตรมต. วางยาข่มขืน ยื่นคำร้องขอโอนคดีจาก สน.โชคชัย มาสอบสวนต่อที่กองปราบปราบแทน ชี้ไม่เชื่อมั่นการทำงาน

    เวลา 13.00 น. วันที่ 29 สค.ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน จตุจักร กทม. ทนายตั้ม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด พาผู้เสียหาย ร้องขอโอนคดีการล่วงละเมิดทางเพศดาราสาว จากสน.โชคชัย มาสอบสวนต่อที่กองปราบปราบ หลังไม่เชื่อมั่นการทำงาน พร้อมยืนยันมีหลักฐานก่อเหตุชัดเจน ไม่ได้แบล็กเมล์ผู้ต้องหา

    หลังจากไม่เชื่อมั่นการทำคดีของตำรวจสน.โชคชัย กรณีที่นำหลักฐานสำคัญที่เป็นแชทไลน์ของผู้เสียหายและผู้ต้องหา ออกจากสำนวน และการสอบสวนผู้เสียหายที่ไม่ละเอียดรอบคอบ 

    ผู้เสียหาย ยืนยันว่า มีหลักฐานที่ผู้ต้องหาก่อเหตุจริง และที่มาดำเนินคดีไม่ได้แบล็กเมล์ และถามผู้ต้องหาว่าหากไม่ได้ทำผิดจริง ทำไมถึงต้องพยายามโทรศัพท์มาเสนอเงินเพิ่มเพื่อให้ยุติการแจ้งความ ส่วนวันที่เกิดเหตุยอมรับว่ามีการทะเลาะกับพี่สาวก่อนจริง แต่เป็นการทะเลาะเรื่องงานที่รับเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าตอนที่รับงานนี้ไม่ได้ขาดสติ ส่วนเรื่องการติดต่อโรงแรมที่พักร่วมกับผู้ต้องหา ยังไม่ขอพูดถึงขอให้เป็นเรื่องในสำนวน

    ด้านพี่สาวของผู้เสียหาย ยืนยันว่าผู้ต้องหาพยายามติดต่อให้รับงานแสดงมิวสิกวิดีโอ ซึ่งตอนแรกไม่ได้คิดว่าทำไมผู้บริหารถึงมาติดต่องานเอง แต่ก็ได้เสนอประวัติ และผลงานของผู้เสียหายให้ และตกลงรับงานไป 

    ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหา อ้างว่าการออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ และอ้างถึงตำแหน่งอดีตรัฐมนตรีของบรรพบุรุษ ทำให้ตระกูลได้รับความเสียหายนั้น ทางผู้เสียหาย ก็ยืนยันว่า ที่ผ่านมาผู้ต้องหาพยายามใช้เครดิตของบรรพบุรุษของตัวเองมากล่าวอ้างตลอดว่ากำลังจะลงสมัครทางการเมือง 

    ผู้เสียหาย ยังบอกว่า ในวันเกิดเหตุที่มาแจ้งความ ตำรวจยังพูดจาไม่ดีกับตัวเอง และพยายามให้ไปตรวจร่างกายใหม่ซึ่งห่างจากเสลาเกิดเหตุมาหลายชั่วโมง ทั้งที่ไปตรวจมาแล้ว และเห็นว่าพยายามที่จะแก้ไขสำนวน ซึ่งก็เห็นด้วยที่ผู้บังคับบัญชาให้รองผู้กำกับสอบสวน สน.โชคชัย ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่อื่นก่อน