หลานอดีตรมต. เปิดหน้าสู้คดี ยันถูกแบล็คเมล์ มีหลักฐานชี้แจงได้

หลานอดีตรมต. เปิดหน้าสู้คดี ยันถูกแบล็คเมล์ มีหลักฐานชี้แจงได้

       นายอภิดิศร์ อินทุลักษณ์ หรือ เอ็ม ผู้ถูกกล่าวหา ในคดีวางยาข่มขืน ดารานักแสดงสาว เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.โชคชัย ยืนยันถูกแบล็คเมล์ มีหลักฐานชี้แจงได้

    กรณีน.ส.แนน (นามสมมติ) อายุ 22  ปี ดารานักร้องนักแสดง เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย เพื่อให้ดำเนินคดีกับหลานชายอดีตรัฐมนตรีหลายสมัย หลังถูกวางยาข่มขืนกระทำชำเรา เหตุเกิดภายในพลูวิลล่าแห่งหนึ่ง ซอยนาคนิวาส 8 เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมา  

    ต่อมา พ.ต.ท.อภิรักษ์ บุญหนัก รอง ผกก. (สอบสว4 น) สน.โชคชัย ถูกคำสั่งให้ไปช่วยราชการ ศปก.บกน.หลังผู้เสียหายร้องสื่อ เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมกรณีพ.ต.ท.อภิรักษ์พูดว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอต่อการดำเนินคดี อาจถูกยกฟ้องได้ นอกจากนี้ยังมีพยานหลักฐานบางส่วนที่ผู้เสียหายมอบให้พนักงานสอบสวน ไม่มีในสำนวนการสอบสวน 

    ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 29 ส.ค. ที่สน.โชคชัย นายอภิดิศร์ อินทุลักษณ์ หรือ เอ็ม ผู้ถูกกล่าวหาในคดีข่มขืนกระทำชำเราดารานักแสดงสาว อายุ 22 ปี ที่วิลล่าแห่งหนึ่งในซอยนาคนิวาศ 2 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.หญิง ชิดชนก แฟงทอง รอง สว.(สอบสวน) สน.โชคชัย ตามหมายเรียก โดยก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน นายอภิดิศร์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนมีหลักฐานชัดเจนว่าเรื่องทั้งหมดเป็นการแบล็กเมล์ ขณะนี้ข่าวที่ออกไปทำวงศ์ตระกูลขอบตนเสียหายมาก ตาของตนเป็นอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศจริงเมื่อ 40-50 ปีแล้ว และเสียไปถึง 10 ปีแล้ว การนำตาของตนมาเกี่ยวข้องนั้นรู้สึกเสียใจมาก เพราะคดีมีผู้เกี่ยวข้องเพียงตนคนเดียว ไม่อยากให้นำครอบครัวของตนมาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตนอยากบอกว่าตนบริสุทธิ์ใจ ที่มาวันนี้ก็เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ตามที่ผู้กล่าวหาบอกว่าตนมีเส้นสายกับตำรวจ ตนไม่รู้จักใครแต่อย่างใด ตนเพิ่งกลับจากไปเที่ยวที่หัวหิน รู้สึกตกใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

    นายอภิดิศร์ กล่าวว่า หมายเรียกนั้นส่งไปที่บ้านตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา ระบุให้ตนเข้ามห้ปากคำวันนี้ (29 สิงหาคม) ตนจึงมาเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้ การที่ผู้กล่าวหาไปออกรายการกับ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม นั้น ต้องขอขอบคุณนายษิทราที่ให้ความร่วมมือ เข้าใจว่าเป็นทนายของประชาชน หากตนเป็นทนาย และได้ยินจากฝ่ายเดียวก็คงรับไม่ได้หากมีผู้ชายไปข่มขืนผู้หญิง เพราะต้องเป็นสุภาพบุรุษ หลังเข้าพบพนักงานสอบสวนตนจะชี้แจงอีกครั้ง เพราะกลัวว่าจะมีผลต่อรูปคดี แต่ตนบริสุทธิ์ใจ ไม่ผิด มีหลักฐานชัดเจน ซึ่งนายษิทราน่าจะอบู่ฝ่ายที่ผิด เพราะไม่รู้ว่าความจริงคืออะไร แต่จะไปโทษไม่ได้ ซึ่งหลักฐานที่นำมานั้นมีความรัดกุม สามารถชี้แจงได้ว่าไม่ผิดตามที่ถูกกล่าวหา 

    นายอภิดิศร์ กล่าวอีกว่า โดยในวันเกิดเหตุ ตนได้ไปกับผู้ถูกกล่าวหาจริง เพราะผู้กล่าวหาได้ตอดต่อมาหาตนว่าทะเลาะกับพี่สาว และอยู่ที่สยามสแควร์คนเดียว กระทั่งช่วงกลางคืนได้บอกตนมาว่าไม่กลับห้อง ให้แนะนำโรงแรมให้ ตนจึงแนะนำโรงแรมแถวสุขุมวิทไปให้ แต่อีกฝ่ายบอกว่ามีราคาแพงเกินไป ซึ่งตนมีหลักฐานเป็นแชท อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ไปส่งเพียงอย่างเดียว แต่ไปที่โรงแรมโดยนำเหล้าโซจูไปด้วย และไม่ได้เป็นการไปพูดคุยเรื่องงาน แต่เรื่องที่เกิดในห้องนั้นตนมีหลักฐานทั้งหมด ว่าเริ่องที่ถูกกล่าวหาไม่เป็นความจริง ส่วนตัวรู้จักกับผู้ถูกกล่าวหา เพราะเคยติดต่อไปให้รีวิวสินค้า โดยรู้จักกันก่อนหน้าวันเกิดเหตุไม่ถึงเดือน ไม่เคยมีการคบหากันแต่อย่างใด โดยตนรู้สึกเสียใจกับคำพูดของนายษิทรา แต่เข้าใจว่าต้องการปกป้องผู้หญิง เพราะเขื่อว่าถูกรังแก ส่วนเรื่องเล่นการเมืองนั้น ผู้ที่โทรไปหาผู้กล่าวหาเป็นผู้ใหญ่ที่ตนนับถือ ซึ่งโทรไปโดยที่ยังไม่ได้พูดคุยกับตน โดยคลิปเสียงที่ปรากฎออกมาเป็นคลิปที่ถูกตัดมา สิ่งที่กังวลคือชื่อของตนออกไปในสื่อสังคมออนไลน์เยอะ และบางคนอาจไม่เข้าใจ ไม่ได้ฟังจากตน ขอให้ผู้สื่อข่าวเป็นกระบอกเสียงให้ เพราะตนเป็นชายธรรมดาคนหนึ่งที่ถูกรังแก 

    ด้าน พ.ต.อ.พรทวี สมวงค์ ผกก.สน.โชคชัย เปิดเผยว่า หลังจากที่ นายอภิดิศร์ เข้าพบพนักงานสอบสวนและมีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว วันนี้พนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาส่งศาลอาญารัชดาเพื่อขอฝากขัง เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง โดยจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะรับฝากขังหรืออนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เพราะผู้ต้องหาเข้ามาพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง ทั้งนี้ เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาข่มขืนกระทำชำเรา 1 ข้อหา แต่หากภายหลังผลตรวจร่างกายพบยาหรือสารเสพติด อาจมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 

    ทั้งนี้ มีรายงานว่า กรณีที่ผู้เสียหายอ้างว่า มีหลักฐานแชทบางอย่างหายไปนั้น เอกสารไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่ที่พนักงานสอบสวนครบ และได้นำหลักฐานทั้งหมดไปขออนุมัติศาลออกหมายจับครั้งแรก แต่ที่ผู้เสียหายเข้าใจผิด เนื่องจากตอนนำหลักฐานกลับคืนไป ผู้เสียหายนำเอกสารกลับคืนไปไม่ครบ ส่วนที่ศาลไม่อนุมัติออกหมายจับ ไม่ใช่เพราะเอกสารหลักฐานไม่ครบ แต่เป็นเพราะศาลเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ตำรวจสามารถดำเนินการเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาได้เลย