ไม่อายทำกิน! อดีตนางแบบดัง สู่แม่ค้าข้าวต้มรถเข็น เลี้ยง 6 ชีวิต เพราะพิษโควิด-19

ไม่อายทำกิน! อดีตนางแบบดัง สู่แม่ค้าข้าวต้มรถเข็น เลี้ยง 6 ชีวิต เพราะพิษโควิด-19

       อดีตนางแบบชื่อดัง จอย ตีตัส โดนพิษเศรษฐกิจยุค โควิด-19 เล่นงาน ผันตัวสู่อาชีพแม่ค้าข้าวต้มรถเข็น เลี้ยงดูพ่อแม่และครอบครัวทั้ง 6 ชีวิต

    อีกหนึ่งเรื่องราวของคนในวงการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จนทำให้รายได้จากหลักแสน เหลือแค่หลักพัน สำหรับอดีตนางแบบชื่อดังยุค 90 อย่าง "จอย ตีตัส" ที่หลายคนรู้จักกันดี และคงคุ้นเคยตามหน้าปกนิตยสารชื่อดังของเมืองไทย 

    ที่ช่วงหลังผันตัวมาอยู่เบื้องหลังในวงการเป็นออร์แกไนซ์ ตลอดจนดูแลการตลาดให้บริษัทต่างๆ 

    แต่ล่าสุดด้วยพิษโควิด-19 ตามที่ทราบกันดีว่าทุกภาคธุรกิจเกิดการชะงัก เช่นเดียวกันที่ต้องตัดสินใจ ยอมไปเช่าห้องแถวเป็นรายเดือนย่านตลาดมหาชัย จ.สมุทรสาคร เพื่อต่อชีวิตด้วยการไปเป็นแม่ค้าขายข้าวต้มริมถนน เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพในยามที่งานไม่มี

    ทีมข่าว อัมรินทร์ทีวี ได้ลงพื้นที่ไปยังร้านข้าวต้มของคุณจอย บริเวณปั๊มน้ำมัน พีที ท่าฉลอม ต.ท่าจีน จ.สมุทรสาคร เป็นร้านริมถนนข้างทาง

    จอย ตีตัส เปิดใจว่า จุดเริ่มต้นของการหันมาเป็นแม่ค้าขายข้าวต้มนั้นมาจากที่ก่อนหน้านี้ตนเองทำงานอยู่เบื้องหลัง เกี่ยวกับการถ่ายแบบ กองภาพยนตร์ ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาตามบริษัทต่าง ๆ ได้เงินเดือนตกอยู่ที่ 100,000 กว่าบาท ต่อมามีสถานการณ์โควิด-19 ทำให้งานทุกอย่างหยุดชะงัก รายได้ติดลบ เพราะต้องเอาเงินเก็บมาใช้นานหลายเดือน

    ทั้งนี้ ช่วงต้นปีที่ผ่านมาสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ตนเองจึงตัดสินใจขนเสื้อผ้าพร้อมรถ 1 ครั้งมาตายดาบหน้า พร้อมเดินทางมาหาที่ตั้งร้านขายข้าวต้มทรงเครื่อง แล้วบังเอิญได้พื้นที่จุดนี้ ก็เลยตัดสินใจเช่าห้องพักรายเดือนเดือนละ 2,000 บาท ตั้งหลักขายข้าวต้มมานานกว่า 2 เดือนแล้ว

    "ยอมรับว่ารู้สึกเหนื่อย แต่ทำยังไงได้ เมื่อตอนนี้ทุกคนล้วนเจอสถานการณ์เศรษฐกิจจากโควิด-19 เลยจำใจต้องยอม ถามว่าส่วนตัวรู้สึกอายไหม บอกได้เลยว่าไม่อาย ยอมเหนื่อยเพื่อเดินหน้าได้ แต่ไม่ยอมท้อหรือหมดหวัง ส่วนหนึ่งที่ต้องทำเพื่อเลี้ยงดูพ่อแม่ ที่ป่วยเป็นมะเร็งอยู่ ตลอดจนลูก ๆ ทั้ง 4 คน ก็ยังรอคอยตนในฐานะหัวเรือหลัก" 

    สำหรับค่าใช้จ่ายในช่วงนี้ ส่วนมากเป็นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูก กับของพ่อแม่ ตกวันละ 300-400 บาท เนื่องจากตนเองต้องส่งเงินให้ครอบครัวเพื่อที่จะได้นำไปซื้ออาหารหรือใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ขณะที่ตนเองไม่ได้ใช้จ่ายอะไร เนื่องจากตนขายข้าวต้ม ก็อาศัยกินที่ร้าน รายได้ทุกวันนี้ก็ถือว่าโอเค ขายได้ประมาณ 800-1,000 บาทแล้วแต่บางวัน ก็พอประทังชีวิตไปได้

    ส่วนตัวเองก็รู้สึกติดใจกับอาชีพแม่ค้า ไม่เคยอายหรือคิดว่าฉันคืออดีตนางแบบดัง แล้วจะต้องมาขายของไม่ได้ เพราะส่วนตัวไม่ได้ยึดติดกับหัวโขน มองทุกอาชีพล้วนทำให้เกิดรายได้ ตั้งเป้าในอนาคตจะต้องทำร้านข้าวต้มให้ดีที่สุด หากสถานการณ์ดีขึ้นอาจจะขยายสาขาก็ได้ หากใครสนใจสามารถติดต่อตนไปออกบูธได้เช่นกัน

    นอกจากนี้ เพื่อนในวงการให้กำลังใจดี ตลอดจนทางครอบครัวก็เช่นกัน ตนแอบนอบหลังตัดสินใจเดินทางมาตัวคนเดียว เพื่อขายของ ตอนนี้ไม่กล้าเข้าบ้านไปเยี่ยมคุณพ่อกับคุณแม่ที่อยู่ในกรุงเทพฯ กลัวท่านจะไม่ปลอดภัย ในใจแอบห่วงและคิดถึง แต่ตนจะทำได้ดีที่สุดคือการส่งเงิน และวิดีโอคอลหา มองว่าในช่วงโควิด-19 ทำให้ตนต้องรู้จักการใช้เงินมากขึ้น

Loading...