พี สะเดิด ขวัญใจวัยรุ่นคนใหม่ หลังปล่อยเพลง #เขาเรียกผมว่าเอเลน เพลงดังจนสร้างปรากฏการณ์ใหม่

พี สะเดิด ขวัญใจวัยรุ่นคนใหม่ หลังปล่อยเพลง #เขาเรียกผมว่าเอเลน เพลงดังจนสร้างปรากฏการณ์ใหม่

       ปลายเดือนสิงหาคม พี สะเดิด ศิลปินเจ้าของเพลง ดัง "จี่หอย" และ "สาวกระโปรงเหี่ยน" ได้กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมาก หลังมีคนเปรียบเทียบลุคล่าสุดของตัวละคร เอเลน ในแอนิเมชั่นเรื่อง Attack on Titan ซีซั่น 4 จนทำให้เขาออกมาประกาศว่าถ้ามีคนตามทวิตเตอร์ ถึงหลัก 1,000 คน เขาจะแต่งเพลง "เขาเรียกผมว่าเอเรน"

    และล่าสุดผลงานดังกล่าวก็ออกมาแล้วในเพลง เขาเรียกผมว่าเอเรน เป็นผลงานแนวร็อคที่พูดถึงคนคนหนึ่งที่เคยท้อแท้ แต่ในที่สุดเขาก็ลุกขึ้นมาสู้ชีวิตอีกครั้ง หลังได้รับกำลังใจ โดยเขาได้ใช้คำว่า "เขาเรียกผมว่าเอเรน" สื่อแทนการให้กำลังใจนั้น โดยผลงานนี้ พี สะเดิด ได้รับหน้าที่แต่งเนื้อ ร้องทำนอง รวมถึงเรียบเรียงดนตรีด้วยตัวเอง และได้นำร้องโชว์ในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 อีกด้วย 

มีที่มาที่ไปยังไงกับคำว่า เอเรน 

    พี สะเดิด : หลายๆคนไม่เข้าใจ แต่ส่วนหนึ่งที่เป็นแฟนการ์ตูนแล้วก็แฟนหนังการ์ตูนอนิเมะก็จะรู้จัก เอเรน ดี เอเรน เป็นตัวการ์ตูนหนึ่งในเรื่อง Attack on Titan แล้วก็คือมีแฟนคลับเอาหน้าผมไปเปรียบเทียบกับเขามาตลอด

แล้วคือ พอการ์ตูนมันออกคนพูดว่าเหมือนเราเลยเหรอ

    พี สะเดิด : ในทวิตเตอร์มักจะเอาผมไปเปรียบเทียบกับการ์ตูน อนิเมะ หลายคนเหมือนกันเป็นสิบๆตัว ใครมีผ้าโพกหัว ผมยาว ผมสั้น อาจจะมีหน้าเราที่ถูกเปรียบเทียบอยู่ตรงนั้นทุกเรื่อง ทุกคนที่มีผ้าโพกหัว แต่ที่ชัดเจนที่สุดก็คือ เอเรน 

แล้วรู้สึกว่าตัวเองเหมือนไหม 

    พี สะเดิด : ก็คล้ายๆดีครับ

แล้วพอทุกคนบอกว่าเหมือนแล้วเกิดเป็นเพลงขึ้นมาได้ยังไง ได้แรงบันดาลใจอะไร

    พี สะเดิด : คือ ผมเก็บรูปนี้ไว้ในโทรศัพท์ของตัวเองมาประมาณปีสองปีแล้ว แล้วก็ดูอยู่ตลอดในทวิตเตอร์ว่าเขาพูดถึงเรายังไงบ้าง แล้วมีอยู่วันหนึ่งผมเข้าไปในทวิตเตอร์ ผมถ่ายรูปตัวเองกับเอเรน แล้วเอารูปนี้ไปทวิตฯว่าผมดูอยู่นะ คือ บอกทุกคนให้ได้รู้ว่าผมดูอยู่ ผมเลยทวิตฯว่าถ้าคนฟอลโล่ผมถึง 1000 จะเขียนเพลง เขาเรียกผมว่าเอเรน แต่คนฟอลโล่กลับมาคือ 10,000 ณ คืนนั้น เราเริ่มคิดหนักเลยว่า เขาเรียกผมว่าเอเรน จะออกมาเป็นรูปแบบไหนกันแน่ เพลงนี้จะเป็นแนวไหนดีแต่ที่เราตั้งใจคือ จะเขียนออกมาขอบคุณที่ฟอลโล่เราถึง 1,000 จะโซโล่นิดๆหน่อยๆสามสี่บรรทัด แต่พอไปๆมาๆทุกคนตามเรา เราเลยรู้สึกซีเรียสขึ้นเพราะเขารอเรา ก็เลยเปลี่ยนจากความคิดแบบเดิมว่าจะเขียนขอบคุณเปลี่ยนมาเป็น เขาเรียกผมว่าเอเรน เขียนแบบไหนถึงจะให้กำลังใจได้ เพราะว่า เอเรน เขาเป็นนักต่อสู้ ถึงแม้จะผอมบางร่างน้อยดูไม่แข็งแรง แต่เขามีความเสียสละ  มีความต่อสู้ ก็เลยเอาคาแรคเตอร์ของเขาเข้ามาไว้ในเพลงนี้ เลยเป็นเพลงให้กำลังใจออกมา ซึ่งผมใช้เวลาในการทำเพลง ผมเขียนประมาณ 15 นาที เพราะว่างคอร์ดในหัว แล้วเนื้อกับทำนองมันมาพร้อมกัน จะให้มันออกมาในกลิ่นไหน คิดในหัวก่อนตอนแรกอัดไกด์ไว้ก่อนเสร็จแล้ว ก็เรียบเรียงดนตรี แล้วก็อัดเพลง ก็เป็นขั้นตอนการทำงานปกติ แต่เพียงแต่ว่าใช้เวลาสั้นสักหน่อยในการทำเพลงนี้ เพราะว่ากลัวทุกคนรอนาน

พอเพลงออกมากระแสตอบรับเป็นยังไงบ้าง 

    พี สะเดิด : น่าตื้นตันใจ เพราะว่าทุกคนเหมือนเฝ้ารอ พอฟังแล้วทุกคนคาดหวังว่าเพลงนี้น่าจะเป็นเพลงสนุกสนาน เพราะภาพลักษณ์ของผมคนดูว่าสนุกสนาน แต่พอหักมุมมาแบบนี้ทุกคนก็ประหลาดใจกับสิ่งที่เราคิด

แล้วเกิดปรากฏการณ์ใหม่ด้วยเพราะเราได้กลุ่ม เอฟซี กลุ่มคนฟังใหม่ๆเป็นวัยรุ่น เป็นนักเรียน มาเป็นแฟนคลับ

    พี สะเดิด : อาจจะเป็นเพราะในทวิตเตอร์ผมมีสัมพันธภาพที่ดีกับน้องๆด้วย เพราะคนที่เล่นทวิตเตอร์ค่อนข้างจะเฉพาะกลุ่ม น้องๆนักเรียนค่อนข้างจะเยอะ อย่างที่เห็นได้ชัดเลยคือ เวลาที่เราไปเล่นคอนเสิร์ตก็จะมีคนแต่งตัวแบบ เอเรน มาอยู่หน้าเวทีมากขึ้น ซึ่งส่วนมากเป็นนักศึกษา

หลังจากเพลง เขาเรียกผมว่าเอเรน ออกไปก็กลายเป็นศิราณี หรือ ไม่ก็มาขอกำลังใจ

    พี สะเดิด : ช่วงนี้มีเยอะเลยครับ จริงๆก็มีคนส่งข้อความเข้ามาเรื่อยๆอยู่แล้ว ผมก็ให้คำปรึกษาไปตามที่ให้ได้ แต่ช่วงหลังมานี้ จะเป็นแบบ พี่พี ช่วงนี้หนูจะสอบแล้ว อ่านหนังสือไม่รู้เรื่องเลย อยากสอบได้ขอพรหน่อย เป็นภาพที่ดีที่น้องๆยังเห็นเราเป็นอีกกำลังใจหนึ่งที่ทำให้เขาขับเคลื่อนไปได้ครับ

รู้สึกยังไงบ้างที่ ชื่อ ของ พี สะเดิด ก็กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นด้วย

    พี สะเดิด : อาจจะเป็น กระแสที่มันชัดมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้กับน้องๆหรือกับวัยรุ่นที่เคยมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันเวลาที่ผมไปทัวร์ตามโรงเรียนก็จะรู้จักกัน แต่ครั้งนี้เหมือนกับว่าเราได้ทวิตฯแล้วเราได้ให้กำลังใจน้องมากขึ้น ใกล้ชิดมากขึ้นก็เป็นอะไรที่ดีครับ

Loading...