แซม ยุรนันท์ หนีออกจากบ้านเข้าวงการบันเทิง เผยเหตุผลที่เคยอำลา แต่ตอนนี้กลับมาเพราะรู้ว่าความสุขอยู่ที่นี่!

แซม ยุรนันท์ หนีออกจากบ้านเข้าวงการบันเทิง เผยเหตุผลที่เคยอำลา แต่ตอนนี้กลับมาเพราะรู้ว่าความสุขอยู่ที่นี่!

       ถ้าจะเอ่ยถึงชื่อของ แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี เชื่อว่าหลายคนยังคงจดจำพระเอกมากความสามารถคนนี้ได้อย่างแน่นอน แซม ยุรนันท์ ได้มีผลงานมากมายในวงการบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นนายแบบ พระเอกภาพยนตร์ พระเอกละคร นักร้อง หรือแม้กระทั่งพิธีกร และหลังจากนั้น แซม ยุรนันท์ ก็หายหน้าไปนานถึง 16 ปี เพื่อทำธุรกิจส่วนตัว

    ซึ่ง พระเอกคนดัง แซม ยุรนันท์ ได้มาเปิดใจในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 แบบหมดเปลือกถึงเรื่องที่หายหน้าไปจากวงการ 16 ปี แต่เพราะยังคงคิดวงการบันเทิงตลอดจึงได้หวนกลับมารับละครอีกครั้ง และยังเล่าย้อนอดีตถึงการเข้ามาสู่วงการบันเทิง พร้อมเผยเคยหนีออกจากบ้านเพราะทะเลาะกับพ่อจนทิ้งชีวิตคุณหนูเพราะอยากลองทำงานในวงการบันเทิงสักครั้ง …. 

อยู่วงการมานานมากสำหรับ แซม ยุรนันท์ ซึ่งถ้าย้อนไปถึงการเข้ามาในวงการของเขานั้นไม่ธรรมดาเลย เพราะแมวมอง กระโดดลงจากรถเมล์มาเพื่อเอาไปเล่นหนัง 

    แซม ยุรนันท์ : ตอนนั้นประมาณ 15 – 16 ได้ครับ เดินอยู่ริมถนนแล้วคนกระโดดลงมาจากรถเมล์ น้องๆๆ(ตะโกนดังมาก) เล่นหนังไหม เราก็มองรอบตัวเราเล่นหนังไหน ใครเหรอ เราเหรอ เราก็ถามว่าเล่นหนังอะไร คือ ตอนนั้นก็ตกใจว่าคนที่จะมาชวนเราเล่นหนังต้องเอารถเบนซ์มาเทียบไหม แต่ลงมาจากรถเมล์เขาจะมาชวนเราไปเล่นหนังอะไร แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะเล่นด้วยนะ และคิดว่าเล่นไม่ได้อยู่แล้วเพราะว่า พ่อ คงไม่ให้เพราะพี่สาวก็สวยแล้วก็มีคนมาขอให้ไปเล่นพ่อก็ไม่ให้ เราก็คิดว่าไม่ได้หรอกแต่ก็ลองดู ตื่นเต้นดี พอขอพ่อก็ไม่ได้ให้ครับ เราก็เริ่มมีคำถามกับเขาว่าทำไมถึงไม่ให้ เขาก็บอกเราว่ามันเสียการเรียน เราก็อธิบายว่าเขาถ่ายเสาร์ อาทิตย์ ก็ไม่ได้เดี๋ยวเสียการเรียน เดี๋ยวเสียคน เราก็ถามเขาไปเรื่อยๆเขาก็หาคำตอบที่จะไม่ให้เราไปเล่น ว่าพ่ออายเต้นกินรำกิน เพราะพ่อเป็นถึงรัฐมนตรีศึกษา ปัญหาของพ่อคือพ่ออาย เราก็ถามแล้วพ่อมีเมียเป็นนางงามทำไม (เพราะคุณแม่เป็นอดีตนางงามสาวไทย) 

คำถามนี้พอเราพูดกับคุณพ่อไปเขาโกรธไหม 

    แซม ยุรนันท์ : โกรธครับ อยู่บ้านไม่ได้เลย ก็ตีกัน แต่สุดท้ายเราก็ไปเล่น ตอนนั้นคือออกจากบ้านเลยครับ ตอนนั้นอายุ 17 ตอนนั้นที่เราตัดสินใจออกมาจากบ้าน เราคิดว่าเราต้องชนะ ต้องไม่เสียคน เพราะเราจะเล่น คือถ้าให้เล่นดีๆเรื่องเดียวเราก็ไม่ต้องเล่น 200 กว่าเรื่อง (หัวเราะ) เราก็พิสูจน์ให้คุณพ่อเห็นแต่ก็ยังไม่ถึง 2 ปี คุณพ่อ ก็เสียคือที่เราทำแบบนั้นคืออยากให้เขาเห็นว่ามันไม่เห็นเสียคนเลย ไม่เห็นจะเป็นอย่างที่ว่าได้เลย เพราะทุกอย่างมันอยู่ที่คนนะ ซึ่งก่อนที่คุณพ่อ จะเสียเขาก็เห็นที่เราเล่นหนัง 

    แซม ยุรนันท์ : หนังเรื่องแรกที่เราเล่น หน้าเขาบอกว่าหน้าเราหน้า จารุณี มาก คือตอนนั้นเราได้เล่นเป็นน้องเขานะไม่ได้เล่นเป็นพระเอก แล้วเราก็ถ่ายแบบ ถ่ายแมกกาซีน แล้วแม่ก็เอาไปให้พ่อดูตอนนั้นก็เป็นปกหนังสือ ถามคุณพ่อว่าคนนี้เป็นยังไงบ้าง พ่อเขาก็บอกว่าดูฝรั่งธรรมดา คือ จำลูกตัวเองไม่ได้ เพราะตอนนั้นที่เราถ่ายแบบคือ เราใส่วิกเพราะเรายังผมสั้นมากๆ เขาเลยจำเราไม่ได้

ตั้งแต่นั้นมาก็กลายเป็นพระเอกที่ฮอตและโด่งดังมาก ถ่ายหนังวันละ 3 เรื่อง 

    แซม ยุรนันท์ : เราไม่ได้อยากทำอย่างนั้นนะครับ แต่คนจัดคิว ซึ่งสมัยก่อนแนวตบจูบก็ต้องเป็น ยุรนันท์ นาตายา แดงบุหงา ก็ต้องเป็นไม่สิ้นไร้ไฟสวาทสมัยก่อนมันเชือดเฉือนแบบนั้นเป็นคู่นี้ กุ๊กกิ๊กหน่อยก็จะเป็น ยุรนันท์ จินตหรา มาช่า ถ้าชีวิตหน่อยเป็น สินจัย ก็จะมีคู่แมตว่าพระนางคู่นี้ราคาเท่าไหร่ ถ้าเขาได้ชื่อเราพระคนนี้ นางเอกต้องคนนี้ คือ ทุกคนอยากได้คิวเผื่อที่จะได้ถ่ายให้เสร็จเร็วๆ เราก็ต้องแบ่งว่า เรื่องนี้ครึ่งวันนะ เรื่องนี้ครึ่งวันนะก็แบ่งกันไปเพื่อถ่ายให้ทุกเรื่องจบ เมื่อก่อนคิวที่เขาขอมาคือ 2  วันครึ่ง ได้หนัง 1 เรื่อง ต้องจบ พอเราเล่นหนังจนอิ่มตัวแล้วก็มาเล่นละคร

และพอมาเล่นละครก็โด่งดังมาก ได้รับจดหมายเยอะมาก กองเป็นภูเขา 

    แซม ยุรนันท์ : วันนึงเป็นร้อยครับ ส่วนมากที่เขียนมาคือ จะขอรูปกับลายเซ็นต์ เราก็จะไปก็อปปี้รูปไว้เยอะมากแล้วก็เซ็นต์ไว้ๆ

แต่ถึงจุดจุดหนึ่งอยู่ดีๆที่กำลังพีคสุดผู้ชายคนนี้ หยุดหายไปจากวงการไปถึง 16 ปี

    แซม ยุรนันท์ : คือ มันอิ่มตัวครับ แต่คือเราโชคดีที่เราอยู่วงการนี้เราทำหลายอย่าง ถ้าเราเล่นหนัง เล่นละครเราคงเลิกไปนานแล้ว แต่เรามีโอกาสได้ไปร้องเพลง ไปเป็นพิธีกร

16 ปี หายไปแล้วอะไรคือ สิ่งที่ทำให้กับมาในวงการอีกครั้ง 

    แซม ยุรนันท์ : เพราะเรื่อง ใบไม้ที่ปลิดปลิว 16 ปี คือ เราปฏิเสธมาตลอดเลย แต่เรื่องนี้ที่ติดต่อมาตอนแรกเราก็ปฏิเสธนะครับ แต่เรื่องนี้มีอะไรติดอยู่อย่างหนึ่ง ที่ทำไมถึงรับเล่นเพราะ หนึ่งเราไม่เคยไม่เล่นเป็นพระเอกคือ ตลอด 200 เรื่องที่ผ่านมาทั้งละคร ทั้งหนัง เราเล่นเป็นพระเอกมาตลอด ซึ่งการที่เราจะกลับมารับอะไรอีกสักครั้งเราต้องเปลี่ยนอยู่แล้วตามกาลเวลา แต่เรื่องที่เล่นต้องนำพาอะไรให้เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ แล้วเรื่องนี้คือเป็นนิยายที่คอยติดต่อให้เราเล่นแล้วเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ตั้งแต่คุณทมยันตี เขียนมาใหม่ๆเรื่องมันแรงไปสำหรับ 30 ปีที่แล้ว แต่พอเราได้อ่านเนื้อเรื่องสองสามครั้งแล้ว เราก็บอกพี่ฉอด ว่าเราโทรคุยดีกว่าเราก็ถามว่าเนื้อเรื่องต้องการสื่อสารให้ออกมาแบบไหน ถึงอะไร ถ้าเป็นละครสนุกทั่วๆไปผมคงลำบากใจ ถ้าจะพูดเรื่องเพศที่สามตั้งใจจะพูดเรื้องนี้กันจริงๆหรือเปล่า เรื่องนี้เราจะพูดไหมว่าเหตุผลอะไรเขาถึงเป็นแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นแล้วเราในสังคมจะให้เขายืนอยู่ในจุดไหนมันถึงเวลาหรือยังที่เราจะพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง พี่ฉอด บอกว่าอยากพูดเรื่องนี้ แต่อยากพูดผ่านละครให้คนสังเคราะห์พูดคุยกัน ซึ่งมันก็ได้ผลคนแชร์และพูดถึงกันในมุมต่างๆ พ่อผิด สังคมผิด หรือทำไมบูลลี่ ทำให้คนพูดกันอบ่างแพร่หลายมันก็เป็นผลดีที่เราอยากให้มันเป็น และมีการพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างแพร่หลาย 

ซึ่งเป็นการกลับมาจากการที่หายไป 16 ปี อย่างสมเกียรติมาก และหล่อมาก

    แซม ยุรนันท์ : เราไม่ได้คาดหวังขนาดนั้น เพราะเราคิดแค่ว่าเราทำหน้าที่ในบทเรา หน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ยากที่สุด คือ วันแรกที่เราเข้าฉาก กู่ ผู้กำกับ คือ เขาอยากให้เราถล่มเลยเพราะเราต้อง ตบตีลูกเมีย เราก็ไม่เคยทำแบบนั้น คือแรงมากในใจ ตบลูกแล้วด่าเมีย ต้องขอบคุณละครเรื่องนี้ที่ทำให้กลับมารับรางวัลอีกหลายรางวัลครับ ขอบคุณคนดูและคณะกรรมการมากๆที่ให้โอกาสพระเอกโบราณคนนี้ได้มีโอกาสได้มีที่ยืนอีกครั้ง

ล่าสุดก็มาร่วมงานกับทาง เช้นจ์2561 และช่อง อมรินทร์ อีกครั้งกับละครเรื่อง เพลิงนาง คุณชุมสาย ของเรา 

    แซม ยุรนันท์ : เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องบอกว่าที่ชอบเล่นละครกับ พี่ฉอด ก็เพราะว่าพี่ฉอดมักจะนำบทประพันธ์มาทำเป็นละคร ซึ่งจะหยิบประเด็นในเรื่องนั้นๆออกมาคลุกใหม่ให้มันเข้ากบัยุคกับสมัยมากขึ้น เรื่องเพลิงนาง ถูกเขียนมา 30 ปีแล้ว ทำเป็นละครมาแล้วในยุคก่อนคือแรงมาก แต่ยุคนี้ผู้หญิงแบบน้องพลอย มันมีตัวตนที่แท้จริง เพราะงั้นตัวละครมันเหมือนมีชีวิตที่โลดแล่นทั่วไปจริงๆ

กระแสตอบรับจากละคร เพลิงนาง เป็นยังไงบ้าง 

    แซม ยุรนันท์ : ขอบคุณนะครับ ที่แฟนๆตาม เกิดการสังเคราะห์เหมือนเดิมละครสมัยนี้จะดู และ คอมเม้นท์กันด้วย เพราะเมื่อมีคนมาคอมเม้นท์ทำให้คนแสดงอย่างเราได้เห็นการแล่นของเราว่าใช่หรือไม่ใช่อย่างไร จริงๆมันมีคุณค่ามากๆนะครับ เพราะสิ่งที่เขาดูแล้วเขามาคอมเม้าท์บอกเราว่าเขาได้อะไร และวิเคราะห์กันว่าทำไมคนนี้ต้องออกไปหาเศษหาเลยนอกบ้าน เมียไม่ตอนรับกลับบ้านแล้วไม่อุ่น มันก็จำเป็นต้องไปหาสีสันนอกบ้านหรือเปล่าเรื่องนี้กำลังสอนทั้งผัวเมีย คนรอบข้างว่าเกิดปัญหาคนไปมองที่ปลายเหตุต้องมองว่าต้นเหตุของปัญหาคืออะไร และอย่าไปมองว่าคนนี้ดี คนนั้นเลว นางเอกพระเอก ก็สามารถเลวได้ ตัวร้ายอาจจะดี สุดท้ายจะเห็นว่าละครพี่ฉอดมีทางออกเสมอว่าจุดจบละครแต่ละตัวมันจะเป็นอย่างไรมันเกิดขึ้นจากการกระทำของตัวเธอทั้งนั้น

    แซม ยุรนันท์ : ขอฝากผลงานที่กำลังเล่นอยู่ ณ ตอนนี้นะครับ อยากจะบอกทุกคนว่าที่กลับมาเล่นตอนนี้เพราะอยากเล่น มีความสุขมากที่ได้ไปเล่น จะกี่เรื่องก็แล้วแต่ ภรรยายังบอกเลยว่ากลับไปเล่นละครเถอะค่ะ เพราะเขาเห็นเรามีความสุข เพราะนั่นคือ ความสุขของเราจริงๆ

Loading...