ความสุขวันเด็ก "แบบลูกทุ่ง ลูกทุ่ง" คิดถึงทีไรยิ้มได้ตลอด

ความสุขวันเด็ก "แบบลูกทุ่ง ลูกทุ่ง" คิดถึงทีไรยิ้มได้ตลอด

        พอถึงวันเด็ก..แม้เป็นวันของเด็ก แต่เชื่อว่าผู้ใหญ่ในวันนี้ต่างพาตัวเองย้อนกลับไปวัยเยาว์ ยังไม่ต้องแบกอะไรมากมาย เหมือนมีวิชาตัวเบาหอบดอกไม้เหาะข้ามทุ่งแข่งกับผีเสื้อได้สบาย ก่อนเติบโตผลิบานเป็นดอกแรงงานต่างต้น สู้แดดสู้ฝน จนกว่าจะโรยราร่วงหล่นบนดินผืนเดิม

    ประสบการณ์วัยเด็กที่หนุ่มสาวลูกทุ่งเคยผ่านมา บางอย่างตกหล่นไประหว่างทางดำเนินชีวิต จนประติดประต่อไม่ได้ บางเรื่องราวยังจำได้แม่นยำ โดยเฉพาะความทรงจำดีๆ ที่เก็บไว้อย่างหวงแหน คิดถึงทีไรรู้สึกชุ่มชื่นหัวใจ มีความสุขยิ้มหวานได้ตลอด

    ไผ่ พงศธร
     “ครอบครัวผมเป็นครอบครัวที่ยากจน ปีหนึ่งยังจำได้ดี คุณพ่อซื้อโทรทัศน์ขาวดำมาไว้ที่กระท่อมที่เราเรียกว่าบ้านกลางทุ่งนา ดีใจที่สุดที่ ไม่ต้องไปอาศัยดูโทรทัศน์บ้านฐาติแล้ว แต่ทุ่งนาไม่มีไฟฟ้า ใช้แบตเตอรี่พ่วง ได้เห็นโทรทัศน์เครื่องแรกตั้งอยู่ในบ้านของตัวเอง ดีใจมากและรู้สึกประทับใจที่สุด”

 

    ลำเพลิน วงศกร 
     “ของขวัญและของเล่นที่ดีที่สุดของผมในตอนเด็ก คือ ตะกร้อที่สานจากใบลาน ที่คุณตาสานให้ครับ ผมไม่มีพ่อมีแต่คุณตาที่คอยทำของเล่นแบบเด็กผู้ชายให้ เมื่อถึงวันเด็กผมก็จะได้รับตะกร้อที่สานจากใบลานเป็นของขวัญจากคุณตาครับ เป็นของขวัญที่มีคุณค่าทางจิตใจ ทำให้ผมได้มีความสุข ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ทุกครั้งที่คิดถึงเวทีได้รับของขวัญจากคุณตาก็รู้สึกมีความสุข”

 

    ธัญญ่า อาร์สยาม 
     “สำหรับหนูวันเด็กก็เป็นเหมือนวันธรรมดาวันหนึ่ง รู้สึกว่าเป็นวันที่ต้องทำงาน เพราะทำงานมาตั้งแต่เด็ก แม้ในวัยเด็กอยากมีวันเด็กที่เป็นวันพิเศษเหมือนเด็กวัยเดียวกันแต่ก็ไม่ได้โหยหา เพราะว่ารู้สึกมีความสุขที่ได้ไปขึ้นเวทีกับคุณแม่ที่เป็นนักร้องตั้งแต่อายุ 5-6 ขวบ” 

     “ของขวัญที่มีคุณค่าของหนูก็คือการได้ไปร้องเพลงกับคุณแม่ ทำให้มีพัฒนาการที่ดีสามารถเป็นสิ่งที่นำมาใช้ประกอบอาชีพสร้างได้ให้กับครอบครัวในวันนี้ ตอนเด็กๆ เด็กน้อยคนหนึ่งที่ยังร้องเพลงไม่เก่ง ได้ทิปจากคนดูหน้าเวที 10,200 บาท รู้สึกเลิศแล้วค่ะ”

 

    ข้าวทิพย์ ธิดาดิน
     “ความทรงจำวัยเด็กนึกทีไรยิ้มได้ทุกที เป็นวันที่ข้าวทิพย์ร้องเพลงที่ทุ่งนา ที่บ้านเรียกคันแทนนา ตอนพ่อแม่เกี่ยวข้าว พ่อแม่เกี่ยวข้าวไปลูกก็ร้องเพลงไป ลมก็พัดเย็นสบาย ญาติจากในเมืองมาเยี่ยม และช่วยพ่อแม่เกี่ยวข้าวได้ยินข้าวทิพย์ร้องเพลงก็จ้างให้ร้องเพลงละบาท” 

     “วันนั้นร้องได้ 4 เพลง เป็นเพลงที่จำเนื้อได้แม่จากการฟังวิทยุ และดูโทรทัศน์ ได้เงินไปซื้อข้าวไปซื้อขนมที่โรงเรียน 4 บาท ดีใจมากหาเงินได้ด้วยตัวเองครั้งแรก เวลาคิดถึงวันนั้นก็คิดนะถ้าร้องได้หลายเพลงจะได้หลายบาท จะซ้อมรอไว้เยอะๆ เลย”

 

    บุ๊ค ศุภกาญจน์ 
     “วันเด็กที่ประทับใจที่สุด ตอนนั้นอายุ 10 ขวบ พ่อถามว่าอยากได้อะไร บอกท่านว่าอยากให้พาไปกินเคเอฟซี อยากกินเคเอฟซีสักครั้งในชีวิต คนในเมืองอาจมองว่าเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยแค่ให้พาไปกินเคเอฟซี แต่สำหรับคนบ้านอกนอก เด็กบ้านนอก มันเป็นความฝัน เพราะไม่สะดวกที่จะเข้าห้างสรรพสินค้าได้บ่อยๆ พ่อบอกว่าเดี๋ยวพาไปกิน พอถึงวันเด็กวันที่พ่อเคยสัญญาไว้พ่อไม่เอ่ยปากใดๆ คิดว่าพ่อต้องลืมสัญญาแล้วแน่ๆ” 

     “รอจนทนไม่ไหวไปถามพ่อ พ่อจำได้ไหมสัญญาไว้ พ่อบอกว่าพ่อไม่มีเงิน พอได้ยินคำตอบผมเข้าใจพ่อนะ แต่ก็มีแอบงอน จนเวลา 11.00 น.พ่อมาชวนไปซื้อของ พอไปถึงบิ๊กซีสิ่งที่ผมเลิกคิดไปแล้วก็เกิดขึ้น พอพาไปนั่งกินเคเอฟซีเฉยเลย” 

     “สรุปพ่อตั้งใจแกล้งผม ผมโคตรดีใจ และจำโมเม้นต์นั้นไม่มีวันลืม แต่ตอนผมเรียน ม.6 คุณพ่อก็มาจากผมไปด้วยโรคไตวายเฉียบพลัน เวลาที่ผมเจอร้านเคเอฟซีทำให้ผมคิดถึงพ่อ คิดถึงวันเวลาเด่าๆ ตอนนั้น ซึ่งมันอยู่ในใจผมเสมอ”

 

    อนันต์ ไมค์ทองคำ
     “วันเด็กปีหนึ่งพ่อทำรถเข็นให้จูงเล่น เป็นรถที่ทำจากไม้ เอาไม้มาฝนจนเป็นวงกลมทำเป็นล้อ เป็นของขวัญวันเด็กที่ทำให้ผมรู้สึกมีความสุขมาก ภาพรถคันนั้นผมยังจำติดตามาจนถึงทุกวันนี้ ตอนนั้นพ่อกำลังสร้างบ้านเป็นบ้านไม้ พ่อเอาเศษไม้ที่เหลือจากสร้างบ้านมาทำรถให้” 

     “วันนั้นดีใจมากตอนที่พอเอารถมาให้ จำความรู้สึก และอาการวินาทีที่ผมรับรถจากมือของพ่อได้ ดีใจยิ้มไม่หุบเลยเล่นไม่ยอมเลิก เพราะบนดอยไม่มีของเล่นเด็ก หรือมีก็น้อยมาก เป็นของขวัญที่ผมได้รับในวันเด็กชิ้นแรก”

    นุ้ย สุวีณา อาร์สยาม 
     “วันเด็กที่นึกถึงแล้วทำให้ยิ้มได้ของนุ้ย ปกติทุกๆ วันเด็ก เวลามีกิจกรรมพ่อกับแม่ไม่เคยได้อยู่เป็นกำลังใจคล้องพวงมาลัยให้ลูก เพราะต้องไปรับจ้างกรีดยางต่างจังหวัด มีอยู่ครั้งหนึ่งแม่มาได้รู้สึกดีใจมาก วันนั้นแม่แต่งหน้าให้ ต่นเต้นและมั่นใจสุดๆ กับการแต่งหน้าฝีมือแม่ จำได้แม่นเลยแม่ไม่มีที่เขียนคิ้ว เอามีดมาเหลาไส้ดินสอแล้วเอามือป้ายขี้ดินสอมาทาคิ้วให้” 

     “ตอนนั้นก็งงนิดหน่อยแต่ก็มั่นใจ บวกกับความไร้เดียสาของเราด้วยคิดว่าเราต้องสวยที่สุดแน่ๆ เลยเต้นซะเต็มที่เลยจ้า พอกลับมาถึงบ้านเท่านั้นแหละเค้าหัวเราะกันทั้งบ้าน แม้แต่แม่ก็แอบอมยิ้มตลอด เค้าแซวกันว่าคิ้วอย่างกับยักษ์ จากความรู้สึกมั่นใจกลายเป็นโกรธมาก โกรธทุกคนที่ขวางหน้า จำจนโต แต่พอโตมานึกย้อนกลับไปที่ภาพวันนั้นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ทุกที”

 

    สายแนน ญาณัจฉรา
     “ในวันเด็กปีนั้น ตอนอายุ 4 ขวบ จำได้ดี น้าซื้อชุดนักร้องให้เป็นของขวัญชิ้นแรก เป็นชุดนักร้องสีแดงชุดแรกที่สายแนนมี ตอนนั้นดีใจมากได้ชุดใหม่ใส่ไปงานวันเด็ก เห่อมากๆ ไม่ว่าจะไปงานไหนใส่ชุดนี้ตลอด เรียกว่าเป็นชุดโปรดเลย เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ของ เด็กหญิงสายแสน มีรอยยิ้ม มีความสุข ทุกครั้งที่คิดถึง สายแนนกับชุดสีแดง”

 

    กิ๊ก รุ่งนภา
     “ตอนเด็กเป็นเด็กที่แก่นมา เหมือนเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง เด็กหญิงคนอื่นๆ ชอบเล่นตุ๊กตากัน ส่วนเราชอบเล่นผาดโผน ได้กระโดดโลดเต้นรู้สึกมัความสุข เหมือนลิงเลยก็ว่าได้ วันเด็กรวมถึงวันสำคัญๆ และวันที่ทำอะไรสำเร็จ คนอื่นอาจต้องการของขวัญหรือของรางวัล แต่กิ๊กชอบให้พ่อกับแม่พาไปเที่ยวในสถานที่ที่ไม่เคยไป” 

     “วันเด็กของเด็กบ้านนอก หลายคนอาจมีความสุขที่พ่อแม่พาไปเที่ยวในเมือง แต่กิ๊กชอบให้พ่อพาไปหาปลา พาไปพายเรือ เพราะบ้านติดกับแม่น้ำ ความสุขในวัยเด็กจึงเป็นความสุขแบบเรียบง่าย แต่มีความสุขมาก”

 

    ใบเฟิร์น สุทธิยา 
     “เตียงไม้หรือที่เรียกว่าแคร่ คือ เวทีที่ให้หนูได้แสดงความสามารถกับเพื่อนๆ ตัวเองเป็นนักร้องในขณะที่เพื่อนๆ เป็นแดนเซอร์ และเพื่อนส่วนที่เหลือก็เป็นผู้ชม ทุกครั้งที่ทำการแสดงก็จะได้รางวัลเป็นไม้ไผ่แทนมาลัยน้ำใจ หรือเงิน ที่ฮาคือหนูจะมีไมค์ประจำตัว คือ สากที่ติดกับครกเล็กๆ ของเล่นที่แม่ซื้อให้ รักษาเท่าชีวิตเลยสากอันนั้นเพราะต้องใช้เป็นไมค์ประจำตัวร้องเพลง” 

     “มันเป็นความสุขเล็กๆ สมัยเป็นเด็ก แต่เป็นความสุขที่สร้างแรงบันดาลใจให้ก้าวขึ้นมาเป็นนักร้องลูกทุ่งมีแฟนๆ รักและเมตตาในปัจจุบันนี้ ในขณะที่ตอนเด็กเวลามีคนถามว่าอยากโตมาอยากเป็นอะไร ก็จะตอบว่าอยากเป็นยาม หรือ รปภ. เพราะตอนสมัยที่คุณแม่ทำงานโรงงานกลับดึกทุกวัน พ่อจะหอบไปรับแม่ทุกวัน เจอยามผู้หญิงคิดว่าเท่เลยอยากเป็น มันเป็นคำถามที่ไม่ว่าพ่อหรือแม่ถามเค้าก็จะอมยิ้ม และขำ มาถึงวันนี้คิดถึงโมเม้นต์นั้นก็ขำตัวเองในวันวาน”
 

 

Loading...