เล่าให้ฟังเป็นฉากๆ "ต่าย" ไม่เคยลืมวันเข้ากรุงครั้งแรก ก่อนเป็นดอกหญ้าสวยงามกลางเมืองใหญ่

        ดอกหญ้ากลางทุ่งนา อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี พลัดถิ่นฐานเข้ามาสู้แดดสู้ฝนกลางเมืองใหญ่ ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่า 2 ทศวรรษ ชู่ช่อออกรวงสวยงามในนามว่า “ต่าย อรทัย” นักร้องเสียงทองเป็นที่ยอมรับของมหาชน

    ในปี พ.ศ.2562 นักร้องสาวที่แจ้งเกิดในวงการกับเพลงโทรหาแหน่เด้อ, กินข้าวหรือยัง และมีเพลงซังได้ซังแล้ว เรียกยอดวิวยูทูบถล่มทลาย ในสังกัดค่ายแกรมมี่ โกลด์  กำลังจะบันทึกประวัติศาสตร์เป็นเกียรติประวัติเด็กบ้านนอก เข้ามาตามฝันได้เป็นนักร้องสมใจ และเป็นนักร้องลูกทุ่งหญิงคนแรก ที่มีคอนเสิร์ตเดี่ยวใหญ่โตโอฬารใจกลางกรุงเทพมหานคร กับคอนเสิร์ตที่ใช้ชื่อว่า “ต่าย อรทัย ดอกหญ้ากลางเมืองใหญ่” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 22 มิถุนายนนี้ ที่ จีเอ็มเอ็มไลฟ์ เฮ้าส์ ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ 
 
    ต่าย อรทัย ที่มีชื่อจริงว่า “อรทัย ดาบคำ” มาถึงจุดนี้ได้เธอต้องผ่านบททดสอบจากสวรรค์มากมาย ขายฝีมือ ขายคุณภาพล้วนๆ ผ่านงานโชว์สืบสานงานศิลป์อีสานอย่างสร้างสรรค์ ไม่ต้องปลิ้นเนื้อเปลื้องผ้า เหมือนนักร้องเจนใหม่แข่งกันงัดเอาของที่แม่ให้มาออกมาเรียกแขกเข้าเวที 


    จากดอกหญ้าไร้ราคากลางทุ่งนา พัฒนาเป็นดอกหญ้าที่มีมูลค่ามหาศาล ให้คลื่นมหาชนได้ชื่นชมความงามกลางเมืองใหญ่ แต่ ต่าย อรทัย ยังจำได้ไม่เคยลืมตอนเข้าเมืองกรุงวันแรกว่าเป็นอย่างไร เธอสามารถถ่ายทอดออกมาให้ฟังได้เป็นฉากๆ เห็นถึงความยากลำบากตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกจากบ้านมาตามความฝัน 

     “ครั้งแรกที่เข้ามาเมืองใหญ่ เพิ่งจบ ม.6 ใหม่ๆ เลย ช่วงนั้นสอบติด ม.ราชภัฏอุบลฯ แล้ว ที่มหาวิทยาลัยก็กำลังจะมีการมอบตัวนักศึกษา แต่ต่ายไม่สามารถที่จะเข้าเรียนได้ เพราะเราไม่พร้อมที่จะไปลงทะเบียน เงินมอบตัว ที่พงที่พัก ชุดนักศึกษา ไม่พร้อมอะไรเลยสักอย่าง ทั้งๆ ที่เป็นมหาวิทยาลัยที่เราสอบได้แล้ว จะได้เรียนอยู่แล้ว แต่มันไม่มีศักยภาพหรือความพร้อมอะไรสักอย่างเลย ในตอนนั้นก็มีคุยกับคุณแม่นะ แม่ก็บอกว่าในเมื่อมันไม่พร้อมก็ไม่เป็นไรลูก มีช่องทางอื่นให้เราเยอะแยะ เหมือนคนอื่นก็ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยก็ได้ไง คือแม่ก็พูดให้กำลังใจลูก พอฟังที่แม่พูดก็ตัดสินใจลงมากรุงเทพฯ กับแม่เลย ด้วยความที่ตอนนั้นครอบครัวมีฐานะลำบาก เงินที่ใช้สำหรับเดินทาง กินอยู่ ทั้งหมดคือเงินของแม่ไม่กี่บาท ต่ายไม่มีเงินติดตัวเลย วันนั้นขึ้นรถสองแถวจากบ้านนอกเข้ากรุงเทพฯ คนก็มาขึ้นรถกันหลายคน ทั้งหอบข้าวของ กระเป๋าเสื้อผ้า กระสอบข้าวสาว ที่นอน ยัดเต็มชั้นบนที่เก็บของ มีรถมอเตอร์ไซด์ด้วยนะ โหแน่นเอี๊ยดเลย ต่ายได้นั่งตรงท้ายสุดเพราะขึ้นทีหลัง รถก็แวะตลอดทาง รับผู้โดยสารจนกว่าจะเต็ม เมื่อย ง่วง นอนก็นอนไม่หลับ เพราะต้องนั่งตัวตรง ต่ายกลับแมาเป็นผู้โดยสารเจ้าสุดท้ายที่ลงรถ ลงโน่นเลย บางปู  ก็ไม่ได้ลงใจกลางเมืองนะ (หัวเราะ) ที่พักวันแรกก็เป็นแคมป์คนงานก่อสร้าง แบ่งเป็นล็อคๆ สังกะสี ห้องนอนเล็กๆ เรียงกัน 2 ชั้น ที่อาบน้ำก็เป็นแบบอาบน้ำรวม ถ้าใครมองลงมาก็เห็นหมดนะ (หัวเราะ) อันนี้คือต้องอาบกระโจมอก ต่ายเลือกที่จะอาบน้ำตอนกลางคืนตอนที่ไม่คนอาบนะ อยู่แบบนี้น่าจะ 3-4 เดือนได้นะ กว่าจะได้ไปอยู่กับเพื่อนและทำงานที่โรงงานผลิตยา ถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกและจุดเริ่มต้นที่อยู่ในความทรงจำตลอดมาค่ะ”

     หลังจากไปทำงานโรงงานระยะหนึ่ง ฟ้ามีตาสวรรค์เป็นใจ ต่าย อรทัย ได้ก้าวเข้ามาเป็นศิลปินแกรมมี่ โกลด์ เจริญรุ่งเรืองเฟืองฟูมาอย่างต่อเนื่องบนถนนศิลปิน โบยบินเสิร์ฟความสุขแฟนคลับ แฟนเพลง ทั่วไทย พร้อมทั้งมีความหวังว่า “สักวันหนึ่งเธอจะมีคอนเสิร์ตใหญ่เป็นของตนเอง” เปิดให้จองตั๋วเข้าชม เป็นที่ยอมรับตามแบบมาตรฐานสกาล 

     กระทั่งวันนี้ฝันของเธอเป็นความจริงกับคอนเสิร์ต “ต่าย อรทัย ดอกหญ้ากลางเมืองใหญ่” ที่เปิดตัว “ไผ่ พงศธร” คู่จิ้นที่ทำให้แฟนฟินทุกโมเม้นที่ร่วมเฟรมเดียวกัน และ “ตรี ชัยณรงค์” ดาวรุ่งมาแรงร่วมค่าย โดยได้เปิดการขายบัตรเป็นการภายในตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์-22 มีนาคม ปรากฏว่า  แค่ 2 ชั่วโมง บัตร VIP ราคา  5,000 บาท ขายหมดเกลี้ยง เหลือแต่บัตรราคา  3,000 / 2,000 / 1,500  บาท เท่านั้น โดยผู้ที่ซื้อบัตรล่วงหน้าแบบภายใน สามารถมารับบัตรจริงจากมือ ต่าย อรทัย ได้ในวันที่ 27 มีนาคมนี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของนักร้องสาวดอกหญ้า ที่ชั้นล๊อบบี้ตึกแกรมมี่ เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งในวันเดียวกันก็จะเริ่มเปิดขายบัตรผ่านทางไทยทิคเก็ตเมจอร์

 

 

 

Loading...