ทางเดินใหม่หลังมรสุมชีวิตสุดพีค "หนึ่ง มาฬิศร์" พูดเลยแทบอ๊วก

        เรียกว่าเป็นไอดอลของคนที่เคยหลงผิด สำหรับเจ้าของฉายาเจ้าพ่อละครจักรๆวงศ์ๆ ”มาฬิศร์ เชยโสภณ” หรือ “หนึ่ง” ที่ในวันนี้ผันตัวเองไปเป็นคนเขียนบทละคร ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย เวลาคิดไม่ออกอะไรๆก็ตื้อตันไปหมด แต่เจ้าตัวก็สู้สุดฤทธิ์สุดเดชกับงานเบื้องหลัง

    “อยู่วงการมา28ปี ชีวิตเปลี่ยนไปมาก เห็นวิวัฒนาการการละครมากมาย เปลี่ยนไปเยอะ แต่สิ่งที่เหมือนเดิมก็มี สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความละเมียดละไมกับการทำงาน อย่างงานเขียนบทเราเกิดมาในสมัยที่ละเมียดละไมทางด้านคำพูด แต่พอมาถึงวันนี้เราใส่ความละเมียดละไมสำหรับบางคน บางวัย จะใส่ทุกวัยไม่ได้  จังหวะการเล่นก็เร็วขึ้น ด่ามาก็สวนเลยนะจะรีรอไม่ได้ จังหวะมันเร็ว  แต่โดยเนื้อหามีความเป็นละครไทยอยู่ เราก็ปรับไป ตอนแรกรู้สึกว่าเราชินกับการทำงานช้าๆ พอเราไปเล่นจังหวะเร็วๆ ก็ไม่ได้ ต้องเร็วต้องสวนเลย เพราะกล้องมันรับอยู่แล้ว แต่ก็ดีตรงนี้ทุกอย่างเล่นจริงขึ้นครับ”

    จากนั้นเจ้าตัวได้เผยถึงเรื่องการทำงานประจำ การเป็นพนักงานกองถ่ายอย่างคนมีไฟว่า
    “ตื่นมาตีห้า เข้ากองหกโมง เลิกดึก เป็นพนักงานรับเงินเดือนเขาเราต้องทำงานเต็มที่  ตอนแรกๆคิดว่าจะอยู่ได้มั้ย ตอนแรกเราเข้าวงการเราเป็นนักแสดง รายละเอียดไม่เยอะ มาทำงานเลิกกองกลับบ้าน แต่พอมาทำงานประจำชีวินเปลี่ยน ดีที่วุธ(อัษฎาวุธ) เขาให้โอกาสเราก็อยู่ได้   เราก็ต้องปรับตัว แต่ไม่ยากถึงขั้นอยู่ไม่ได้ การทำเบื้องหลังโอโห ทำงาน16ชั่วโมง แต่ก็ทำได้ ส่วนงานเขียนบทจะว่าสนุกก็สนุกนะเราทำงานตรงไหนก็ได้  แต่ถ้าตอนที่เขียนบทแล้วคิดไม่ได้ก็อ๊วกเครียดนะ แต่ถ้าใครที่คิดถึงผมละก็รออีกนิดรอชมละครรีเมคน้ำผึ้งขมนะครับ” อดีตพระเอกละครจักรๆวงศ์ๆกล่าวในที่สุด

 

 

ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม:1_MALYS

Loading...