‘รัชนก’ ปล่อยเพลงใหม่ในรอบ 2 ปี ‘จะได้ไม่ต้อง’ ลูกทุ่งป๊อปสำเนียงใต้ ขยี้อารมณ์รัก 3 เส้า

       ‘รัชนก ศรีโลพันธุ์’ นักร้องลูกทุ่งสาวเลือดสะตอที่เว้าอีสานได้ปร๋อ ของค่ายแกรมมี่ โกลด์ ส่งเพลง ‘จะได้ไม่ต้อง’ ออกมาให้แฟนๆ ได้ฟัง หลังจากห่างหายจากการปล่อยผลงานไปนานกว่า 2 ปี พร้อมกับพูดถึงการปรับตัวไม่ให้ตกยุค

     สาวใต้ตาคมคน อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ฝากผลงานป้ายแดงผ่าน สยามมายา ก่อนปล่อยเอ็มวีลงยูทูบวันที่ 27 ม.ค.63 ว่า เพลงจะได้ไม่ต้อง เป็นเพลงแนวลูกทุ่งป๊อปสำเนียงใต้ มีความแตกต่างจากผลงานสร้างชื่อที่ผ่านมา อย่างเพลงเขียนฝันไว้ข้างฝา, เพลงฝนตกในทะเล, เพลงฝากคำถามไว้กับดาว และเพลงจุดไฟใต้ฝน ที่เป็นเพลงสไตล์ลูกทุ่ง และลูกทุ่งเพื่อชีวิตสำเนียงใต้ มีความทันสมัยทั้งเนื้อร้อง และดนตรี ตามยุค เพื่อให้ชาวอินดี้ หรือคอเพลงสตริงเข้าถึงได้ด้วย

     “ที่ผ่านมาแฟนเพลงของนกส่วนใหญ่เป็นรุ่นคุณพ่อคุณแม่และวัยกลางคน เพลงนี้อยากให้เด็กๆ ฟังได้ด้วย คาดหวังว่าจะเป็นเพลงที่ครอบคลุมทุกเพศทุกวัย เอ็มวีหรือมิวสิควีดิโอค่อนข้างเข้มข้น ขยี้อารมณ์มาก เป็นสถานการณ์ความรัก 3 เส้า ผู้ชาย 1คน แบ่งใจให้ผู้หญิง 2 คน ไม่ตัดสินใจเลือกคนใดคนหนึ่งให้ชัดเจน ผู้หญิงคนหนึ่ง ก็คือเราจึงเป็นคนกลางนัดเคลียร์ที่ริมทะเล แต่สุดท้ายมีแต่ความเงียบงัน จึงยอมเป็นฝ่ายเดินออกมาจากสถานการณ์นี้เอง” 

     2 ปีที่ไม่ได้ปล่อยผลงานใหม่ รัชนก บอกว่า เธอใช้เวลาไปกับการสร้างสรรค์งานลงช่องยูทูบรัชนก ที่เพิ่งมีผู้ติดตามทะลุ 1 แสนซับสไคร์บหมาดๆ ด้วยการนำเพลงของนักร้องร่วมค่ายแกรมมี่ โกลด์ มาคัฟเวอร์ โดยมีเพลงฉันกำลังเป็นตัวแทนของใครหรือเปล่า ของ พี สะเดิด ที่นำมาขับร้องใหม่ในแบบฉบับของเธอเป็นผลงานที่ได้รับความนิยมสูงสุด 6 ล้านวิว

     “ทุกวันนี้วิธีการฟังเพลงของคนฟังเปลี่ยนไป เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับความจริง ถึงจะเป็นนักร้องรุ่นเก่าก็ต้องมองหาวิธีการทำงานใหม่ๆ ให้ทันสมัยไม่ตกยุค การทำงานต้องรวดเร็วมากขึ้น ต้องพึ่งสื่อโซเชียล สื่อออนไลน์เป็นหลัก การทำเพลงและการแต่งตัวก็ต้องร่วมสมัย อย่างการแต่งตัวตอนนี้นกเอาผ้าปาเต๊ะ โอท็อปขึ้นชื่อของผ้าใต้มาตัดเป็นเสื้อสวยๆ ดูทันสมัยใส่กับกางเกงหนัง และรองเท้าบูท คือไม่เปลี่ยนตัวเองจนลบเอกลักษณ์ของตัวเองไปเลย” 

     รัชนก บอกแบบถ่อมตัวอีกว่า ตลอดเวลาที่เดินอยู่บนเส้นทางบันเทิง เธอไม่เคยยึดติดกับการเป็นนักร้องค่ายใหญ่ พร้อมเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ พัฒนาตนเองอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ตกยุค ซึ่งเธอเชื่อว่า เป็นกุญแจดอกสำคัญที่ทำให้มีงานคอนเสิร์ตไม่เคยขาดมือ แม้จะไม่หวือหวาเหมือนช่วงที่เศรษฐกิจเฟืองฟูก็ตาม   

“หน้าเวทีมีคนขอเพลงเด็กรุ่นใหม่มา ก็ต้องร้องให้ได้ อย่างเพลงห่อหมกฮวกไปฝากป้า เพลงให้เคอรี่มาส่งได้บ่ นกว่าเดี๋ยวนี้หน้าเวทีคอนเสิร์ตคนไม่น่าจะฟังเพลงช้าได้เกิน 2 เพลง เขาอยากฟังเพลงมีจังหวะสนุกๆ อยากเต้น ดังนั้นเราก็ต้องปรับตัวตามโลกด้วย อย่าไปฝืน นอกจากตั้งใจทำงานของตนเองแล้ว ต้องมองตลาดด้วย ศึกษาว่าเพลงอะไรติดตลาด บางเพลงไม่น่าจะเป็นเพลงได้ แต่เป็นเพลงที่ได้รับความนิยม ก็ต้องเปิดใจรับ”

       “งานส่วนใหญ่ของนก 50 เปอร์เซ็นต์เป็นงานวัด มีรุ่นพ่อ รุ่นแม่ พี่ ป้า น้า อา มาหาความสุข แต่บางงานก็มีวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่ ก็ต้องเสิร์ฟผลงานหลากหลาย ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงไปตามสถานการณ์ ถ้ามัวแต่ยึดติดรูปแบบที่เราถนัด ไม่มีการยืดหยุ่นไม่ได้”

     “นกยังมีสัญญาอยู่กับแกรมมี่ฯ 2 ปี ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ที่สุดก่อนยังไม่ได้คิดถึงอนาคต ยังมีเวลาพิจารณาอีกพอสมควรว่า การเป็นนักร้อง ซึ่งเป็นอาชีพที่เรารัก ยังโอเคสำหรับเราหรือไม่ เราเป็นนักร้องที่มีคนรู้จักแต่ไม่ใช่ระดับซูเปอร์สตาร์ ยังเดินอยู่บนถนนเส้นนี้ได้อย่างมั่นคงมันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากๆ” 

     “อนาคตไม่มีอะไรแน่นอน วันนี้ยังตอบไม่ได้หรอกว่าวันข้างหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร แต่ก็ไม่ทิ้งการร้องเพลงอย่างแน่นอน เพราะมันเป็นสิ่งที่เรารักมาก อาจทำงานอื่นเสริม หรืออาจทำงานอื่นเป็นหลักแล้วร้องเพลงเป็นงานเสริม เรื่องนี้ยังเป็นเรื่องของอนาคต แต่ถึงไม่ได้ร้องเพลงเป็นอาชีพหลักก็สามารถทำเพลงให้คนฟังผ่านทางยูทูบได้ ทำไปเรื่อยๆ ได้จนกว่าร่างกายจะไม่ไหว” 

     “ก็มีมองอาชีพไว้รองรับเหมือนกัน คุณแม่เป็นคนที่ทำอาหารใต้อร่อย น้องชายเอาสูตรอาหารของคุณแม่มาทำข้าวกล่องขายที่มหาวิทยาลัยก็รายได้ดี อนาคตก็อาจจะขายข้างแกงปักษ์ใต้ หรือข้าวกล่องปักษ์ใต้ ส่วนตัวเป็นคนชอบกิน ชอบหาของกินอร่อยๆ อยู่แล้ว ก็จะมีความถนัดเรื่องอาหารการกินพอสมควร พอรู้ว่าควรทำเสิร์ฟผู้บริโภคอย่างไร”

 

 

 

Loading...