เปิดค่ายคักเติบเร็คคอร์ด "กิ๊ก รุ่งนภา" จับแฟนนักบอลไทยลีกทำเพลง

        กิ๊ก รุ่งนภา นักร้องสาวอินดี้อีสาน ขาวจังหวัดอุบลราชธานี เปิดค่ายเพลง ‘คักเติบเร็คคอร์ด’ ชักชวนเพื่อนสาวที่เคยร้องเพลงด้วยกันตั้งแต่วัยเยาว์มาสร้างสรรค์งานร่วมกันในแบบที่ต้องการ ตามแนวทางที่แต่ละคนถนัด เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ฟัง

    โดยตั้งเป้าผลิตเพลงปล่อยออกมาให้ฟังทางยูทูบเป็นหลัก อย่างน้อย 2 เพลงต่อ 1 เดือน 

     หลังจากเปิดหัวด้วยการปล่อยเพลงเคยฮัก 2020 ที่เธอนำเพลงเคยฮักมาขับร้องใหม่ทำดนตรีใหม่ ล่าสุด เจ้าของเสียงร้องเพลงซางว่า จับ เฟิร์ส-นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ แฟนหนุ่มนักฟุตบอล สังกัด สุโขทัยเอฟซี สโมสรในศึกโตโยต้าไทยลีก ออกซิงเกิ้ลแรกในชีวิต ที่มีชื่อว่า ‘บ่มีหยัง’ เป็นเพลงแนวอีสานอินดี้เบาๆ ฟังสบายๆ ตระเวนถ่ายทำเอ็มวีกันในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี 

     “พี่เฟิร์สเป็นคนร้องเพลงเป็น ชอบร้องเพลง ชอบฟังเพลง แต่อาชีพหลักของเขาเป็นนักฟุตบอล”  กิ๊ก เกริ่นเหตุผล “นักฟุตบอลส่วนใหญ่ร้องเพลงเป็น เล่นกีต้าร์เก่ง หนูเลยบอกว่าลองมาทำให้มันจริงจังดูไหม ฟุตบอลเป็นหัวใจหลักอยู่แล้ว แต่ทำไมนักฟุตบอลจะทำเพลงของตัวเองออกมาไม่ได้ ถ้ามีความสามารถทำอะไรก็ได้ ขนาดตั้งใจเล่นฟุตบอลยังเล่นได้เลย ทำไมมาร้องเพลงจะไม่ได้ใครห้าม” 

     “เวลาที่หนูเข้าห้องอัดหรือถ่ายเอ็มวี ส่วนมากตรงกับวันที่เขาหยุด เขาก็ไปด้วยกันได้ดูได้ซึมซับวิธีการทำงานของนักร้องแบบลึกๆ มีขั้นตอนการทำงานอย่างไร ในเมื่อซึมซับมาเป็นปีแล้ว ลองทำเพลงเป็นของตัวเองเถอะ หลายคนมีความฝันอยากมีเพลงเป็นของตัวเอง แต่ไม่มีทุนบ้าง ไม่มีไอเดียบ้าง ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน แต่เราเริ่มต้นไว้อยู่แล้ว แค่ต่อยอดมันออกไปเท่านั้นเอง ก็เลยลองให้ร้องดู”

 

     “เพลงนี้กิ๊กเลือกให้เอง เจอเขาโพสต์ขายเพลงได้ยินแล้วรู้สึกว่าเนื้อหาน่ารัก ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ชายบ้านๆ เป็นเพลงฟังสบายๆ พี่เฟิร์สก็เป็นคนที่พยายามพูดภาษาถิ่นอีสาน เพราะส่วนมากจะมาอยู่ที่นี่ ไม่ค่อยได้กลับบ้านทางจังหวัดประจวบฯ คือ เป็นคนใต้มาร้องเพลงอีสาน มันเป็นงานยากแต่หนูก็พอใจ คนเรามันต้องลองอะไรก็เกิดขึ้นได้”

     ด้านแข้งไทยลีกยอมรับว่า เป็นงานที่ท้าทายความสามารถมาก ก่อนเข้าห้องอัดมีความรู้สึกกดดันในฐานะที่เป็นคนปักษ์ใต้ บ้านเกิดอยู่ที่ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ต้องมาร้องเพลงแนวอินดี้อีสาน แต่ก็ตั้งใจทำสุดความสามารถเพื่อไม่ให้เสียชื่อเขย จ.อุบลราชธานี 
 “มันก็ตื่นเต้น เพราะว่าผมไม่เคยร้องเพลงอีสานเลย ฟังบ่อยก็จริงแต่เวลาร้องไม่รู้ว่าออกเสียงถูกหรือเปล่า กลัวจะร้องผิดๆ ถูกๆ กดดันนะผมกับน้องถึงขั้นมีปากเสียงกัน น้องอยากให้ออกมาดี ถึงสำเนียงไม่เป๊ะก็ให้ร้องออกมาใกล้เคียงมากที่สุด ผมก็พยายามเต็มที่” 

     “เป็นคนใต้ต้องมาร้องเพลงอีสาน ก็ทำการบ้านด้วยการฟังเพลงอีสานเยอะ เพลงใต้กับเพลงเพื่อชีวิตตัดไปก่อนเลยครับ ไปไหนมาไหนก็เปิดฟังแต่เพลงลูกทุ่งอีสาน อินดี้อีสาน เพื่อซึมซับสำเนียง คำนี้ควรออกเสียงแบบนี้” 

     ถามว่าถ้าเพลงมีกระแสตอบรับที่ดี ในอนาคตจะมีโอกาสเห็นขึ้นเวทีแสดงคอนเสิร์ตร่วมกับแฟนสาวหรือไม่ เฟิร์ส บอกว่า ก็มีความเป็นไปได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบเวลาที่เหมาะสม อาชีพหลักของเขาคือนักฟุตบอล ต้องโฟกัสกับการสร้างผลงานที่ดีให้กับสโมสรเป็นหลักก่อน 

     ส่วนตัวเป็นคนรักในเสียงเพลงเสียงดนตรีเช่นกัน พูดได้ว่าครึ่งหนึ่งของชีวิตมาจากนักดนตรี เมื่อก่อนคุณแม่เป็นครูอัตราจ้างต้องไปร้องเพลงร้านอาหารเพื่อหารายได้เพิ่ม เช่นเดียวกับคุณพ่อเคยรับราชการเงินเดือนไม่มากต้องไปร้องเพลงหาลำไพ่พิเศษที่ร้านอาหารร้านเดียวกัน ก่อนพัฒนามาเปิดวงดนตรีรับจ้างสร้างความบันเทิงให้กับงานสังสรรค์ในโรงแรม

     “ถ้าเวลามันได้ อย่างช่วงที่เป็นวันหยุดจากการแข่งขัน จากการซ้อม ผมก็ไปงานกับน้องเขาอยู่แล้ว ถ้ามีโอกาสก็โอเคมันเหมือนเปิดโลกใหม่สำหรับตัวผมด้วย จากที่เล่นฟุตบอลมาตลอดเวลา 9-10 ปี ไม่เคยเปิดโลกอีกมุมเลย จนได้มาคบมาแต่งงานกันได้เห็นวิธีการทำงานของศิลปิน วิถีความเป็นอยู่ของคนอีสาน ก็เปลี่ยนมุมมองไปอีกแบบ มีความคิดที่ดีขึ้นไปอีกมุมหนึ่ง”​

     เฟิร์ส บอกอีกว่าวันข้างหน้า มีความเป็นได้ที่จะออกผลงานเพลงมาให้ฟังอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องไม่กระทบกับการเป็นนักฟุตบอล ซึ่งเป็นอาชีพหลักในเวลานี้ ตั้งใจใช้ช่วงจบฤดูกาลการแข่งขันทำงานด้านนี้ ซึ่งผลงานต่อไปอาจจะเป็นเพลงแนวเพื่อชีวิตหรือเพลงใต้ตามความชอบส่วนตัวบ้าง 

     อดีตแข้งสโมสรเอสซีจี เมือทองฯ และตราด เอฟซี ทิ้งท้ายว่า ที่เขาตัดสินใจทำเพลงตามคำแนะนำของแฟนสาวเพราะอยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับตนเอง และหวังว่าจะสร้างความสุขให้ผู้ฟังได้บ้างไม่มากก็น้อย เหมือนกับที่ตนรู้สึกมีความสุขกับการได้มาสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่เรียบง่ายของคนอีสาน นับตั้งแต่แต่งงานสร้างครอบครัวกับ กิ๊ก รุ่งนภา มากว่า 2 ปีแล้ว 
 
    “ผมเองก็เป็นเด็กบ้านนอกเหมือนกัน ออกจากบ้านมาตั้งแต่เด็ก มาเรียนโรงเรียนกีฬาอยู่ตัวคนเดียว พ่อกับแม่ไม่ได้ร่ำรวยพออยู่พอกิน ได้มาเป็นเขยอีสานมันเปลี่ยนมุมมองไปอีกแบบหนึ่ง ได้อยู่ในโลกใบใหม่ได้สัมผัสชีวิตของคนอีสาน รู้สึกมีความสุขกับชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ต้องเฟคไม่ต้องหรูอยู่ด้วยความสบายใจ มีกินมีใช้มีเหลือดูแลคนในครอบครัว จนไม่อยากเข้าไปใช้ชีวิตในเมืองใหญ่เลย อยู่บ้านนอกอิ่มใจมากกว่า วันหนึ่งแทบไม่ต้องใช้เงินก็อยู่ได้”

 

Loading...