วันเด็กของ "อนันต์" กับ 5 ความฝันที่อยากให้เป็นจริง

        นักร้องหนุ่มดอยใจซื่อ นัน-อนันต์ อาศัยไพรพนา หรือ อนันต์ ไมค์ทองคำ นัดมาสวัสดีปีใหม่ทีมข่าวสยามมายา ใกล้กับวันเด็กประจำปี 2563 ให้สัมภาษณ์ย้อนวันเด็กของเขาว่า

    ตอนเป็นเด็กอยู่บนดอยไม่เคยมีโอกาสได้ไปเที่ยวชมกิจกรรมวันเด็กที่หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนจัดขึ้นเหมือนกับเด็กในเมือง ใช้ชีวิตช่วยพ่อแม่ทำไร่ทำสวนตามปกติ แต่ก็มีโมเม้นต์ประทับใจคิดถึงทีไรยิ้มมีความสุขตลอด
 
    “วันเด็กปีหนึ่งพ่อทำรถเข็นให้จูงเล่น เป็นรถที่ทำจากไม้ เอาไม้มาฝนจนเป็นวงกลมทำเป็นล้อ เป็นของขวัญวันเด็กที่ทำให้ผมรู้สึกมีความสุขมาก ภาพรถคันนั้นผมยังจำติดตามาจนถึงทุกวันนี้ ตอนนั้นพ่อกำลังสร้างบ้านเป็นบ้านไม้ พ่อเอาเศษไม้ที่เหลือจากสร้างบ้านมาทำรถให้” 

     “วันนั้นดีใจมากตอนที่พอเอารถมาให้ จำความรู้สึก และอาการวินาทีที่ผมรับรถจากมือของพ่อได้ ดีใจยิ้มไม่หุบเลยเล่นไม่ยอมเลิก เพราะบนดอยไม่มีของเล่นเด็ก หรือมีก็น้อยมาก เป็นของขวัญที่ผมได้รับในวันเด็กชิ้นแรก”

     “ช่วงที่ผมยังไม่ได้เข้าโรงเรียนผมไม่รู้จักคำว่าวันเด็กเลยนะ บนดอยไม่มีวันเด็ก เด็กได้ ก็ทำงานช่วยพ่อแม่ ใช้ชีวิตตามปกติเหมือนทุกวัน เริ่มรู้จักวันเด็กตอนได้เข้าโรงเรียน ได้ทำกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น ที่คุณครูให้ทำเกี่ยวกับการเรียนการสอน ได้วาดรูป ได้เล่นกีฬา” 

     แชมป์ไมค์ทองคำ ปี 6 เล่าต่อว่า ในวัยเด็กเขามีความฝันอย่างเป็นนู่นเป็นนี่เหมือนกับเด็กทั่วไป   และมีอยู่ 5 ความฝันที่อยากกลายเป็นความจริงเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา

 

    ฝันที่ 1 อยากเป็นทหาร 
     “ตอนอายุ 3-4 ขวบ มีพี่ชายคนหนึ่งเข้ามาเรียนในเมือง และกลับมาบ้าน เขาเอาหนังสือมาเล่มหนึ่ง ผมเอาหนังสือเล่มนี้มาเปิดดูเห็นภาพทหารแล้วรู้สึกชอบ อยากเป็นแบบนี้บ้าง รู้สึกเท่ดีได้ถือปืน ตอนนั้นมีความรู้สึกว่าโตขึ้นอยากเป็นทหาร” 

    ฝันที่ 2 อยากเป็นกัปตันอเมริกา
     “เป็นธรรมดาของเด็กๆ ก็ชอบอะไรที่เกี่ยวกับซูเปอร์ฮีโร่ ก็อยากเป็นกับตันอเมริกาซึ่งเป็นตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ที่ปรากฏในหนังสือการ์ตูน และหนังของอเมริกา คือชื่นชอบเอกลักษณ์ของตัวละครตัวนี้ ชอบมาตั้งแต่เด็ก และทุกวันนี้ก็ยังชอบ” 

    ฝันที่ 3 อยากเป็นอุลตร้าแมน
     “เด็กๆ ชอบดูมากซีรีส์อุลตร้าแมน ชอบความเป็นยอดมนุษย์ที่ต่อสู้กับพวกสัตว์ประหลาด ดูไปก็เชียร์ไปให้เขาปฏิบัติภารกิจสำเร็จเพื่อปกป้องโลกมนุษย์ (หัวเราะ) รู้สึกอยากเป็นเหมือนเขามากเลย เป็นยอดมนุษย์มีกำไรข้อมือมีเข็มขัดวิเศษทำให้แปลงร่างได้ ก็อยากแปลงร่างได้เหมือนอุลตร้าแมน แต่นั่นก็เป็นความคิดในวัยเด็กนะ (หัวเราะ)” 

    ฝันที่ 4 อยากเป็นครู 
     “อยากเป็นครูเกิดจากการเล่นกับเพื่อนตอนเด็กๆ ได้รับบทเป็นครูมาสอนเขาแล้วเพื่อนๆ ก็ตั้งใจฟัง มีความรู้สึกว่าทุกคนก็ฟังเรานิ่ สั่งให้เขาทำอะไรเขาก็ทำ น่ารักดี ชอบตรงนี้ พอเข้าโรงเรียนเห็นครูสอนหนังสือให้ความรู้กับเราซึ่งถ้าพูดกันตรงๆ เด็กบนดอยก็เหมือนเด็กด้อยโอกาส คือมีโอกาสน้อยกว่าคนในเมือง ให้มีความรู้ ก็ยิ่งรู้สึกมีแรงบันดาลใจ ถ้าโตขึ้นแล้วได้เป็นครูนำความรู้ และประสบการณ์ที่มีกลับไปสอนเด็กๆ ที่บ้านเกิด หรือในถิ่นธุรกันดารเป็นสิ่งที่ดีมากๆ ทำให้เด็กๆ มีความรู้เท่าทันคน มีส่วนช่วยพัฒนาประเทศของเราอีกทางหนึ่ง ทุกวันนี้ทุกครั้งที่กลับบ้านผมก็ชวนเด็กๆ มาทำกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกัน เช่นสอนเขาร้องเพลง เล่นกีฬา เล่นเกมต่างๆ แล้วก็มอบรางวัลเล็กๆ น้อยๆ มห้เขา เพื่อเติมความสุข และสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขา”

 

    ฝันที่ 5 อยากเป็นพ่อที่ดีของลูก
     “ตอนเด็กเห็นคนที่เป็นแม่อุ้มลูกกัน รู้สึกอยากอุ้มบ้าง ไม่รู้เหมือนกันว่ามีความรู้สึกแบบนี้มาตั้งแต่เด็กได้ยังไง ทำให้โดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบเด็กมาโดยตลอด อนาคตก็อยากมีครอบครัวที่อบอุ่นมีลูกสักคนสองคน อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะ อยากมีลูกแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ อยากเป็นพ่อที่ดีของลูกเหมือนพ่อของผม พ่อมีลูก 6 คน ตอนที่แต่งงานกับแม่มีเงิน 500 บาท พอตอนมีลูกยิ่งใช้ชีวิตลำบากมากเลย แต่พ่อกับแม่ช่วยกันเลี้ยงลูกจนเติบโตมาได้ในความรู้สึกของผมพ่อเป็นคนที่เก่งมาก เป็นเรื่องมหัศจรรย์เลยแหละ พ่อไม่เคยบังคับว่าต้องเป็นแบบโน้นแบบนี้ อยากเป็นอะไรแล้วแต่ลูกเลย สำคัญที่สุดขอให้เป็นคนดีก็พอ” 

    อย่างไรก็แม้วันนี้ความฝันพูดมายังไม่เป็นความจริง ทว่านักร้องลูกทุ่งชายชาวไทยเผ่าปกาเกอญอ ก็มีความสุขกับปัจจุบัน มีความสุขกับการนักร้อง มีความสุขที่มีแฟนคลับรักและเอ็นดูเขาเป็นจำนวนมาก

     “ผมยอมรับนะว่าที่ผมมาอยู่จุดนี้ได้เพราะแฟนคลับ แฟนคลับคือกำลังใจสำคัญ คือพลังของผม ถ้าผมเดินคนเดียวไม่ใครอยากรู้จักผมหรอก ไปงานเนี่ยถ้าไม่มีแฟนคลับไปให้กำลังใจก็ไม่มีใครอยากรู้จัก หรือถ้ามีก็น้อยมาก แฟนคลับของผมทำให้สะดุดตาเวลาทำให้ได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะอยากรู้ว่าคนนี้เป็นใครทำไมแฟนคลับเยอะจัง ผมว่าแฟนคลับเป็นหน้าเป็นตาผมนั่นแหละ” 

    “ที่สำคัญเลยถ้าไม่มีแฟนคลับเมตตาผมก็คงสร้างบ้านที่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ให้พ่อแม่ไม่สำเร็จ ใน 100 เปอร์เซ็นต์ของบ้านผมมาจากแฟนคลับ 70 เปอร์เซ็นต์ จากมาลัยน้ำใจที่ทุกคนเมตตามอบให้กับผมหน้าเวที หลังจากสร้างบ้านเสร็จแล้วในปีนี้ผมก็จะเริ่มทำสวนในที่รอบบ้าน ปลูกผลไม้ พืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ เอาไว้กินเอง อนาคตอยากขยับขยายทำฟาร์มไก่ด้วย ผมมีความคิดว่าอยากทำไร่นาสวนผสม ทำเกษตรพอเพียง มีความสุขอยู่กับธรรมชาติ มีกินมีใช้ปลอดหนี้สิน”

 

 

Loading...