"เนย ณหทัย" คนสำคัญดัน "แอนโทเนีย" ซิวมิสซูปร้า ฯ 2019 แค่ 3 ปีบันทึกประวัติศาสตร์ระดับโลก!

        พูดถึงเรื่องน่ายินดีกับวงการนางงาม แอน-แอนโทเนีย โพซิ้ว มิสซูปร้าเนชั่นแนลไทยแลนด์ 2019 ชนะเลิศการประกวดมิสซูปร้าเนชั่นแนล 2019 (Miss Supranational 2019) ที่ประเทศโปแลนด์ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา สร้างประวัติศาสตร์เป็นสาวไทยคนแรกครองตำแหน่งนับตั้งแต่มีการจัดประกวดขึ้นครั้งแรกในปี 2009

    ความสำเร็จยิ่งใหญ่ที่สาวลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก วัย 22 ปี สร้างความภูมิใจให้กับแฟนนางงามไทย นอกจากมาจากความมุ่งมั่นตั้งใจของตัวเธอเองแล้ว มีผู้อยู่เบื้องหลังผลักดันให้เธอก้าวขึ้นไปยืน 1 อย่างสง่างามบนเวทีประกวดความงามระดับแกรนด์แสลมของโลกหลายคน หนึ่งคนสำคัญ คือ เนย-ณหทัย เล็กบำรุง ผู้ถือลิขสิทธิ์มิสซูปร้าเนชั่นแนลไทยแลนด์ ที่นับว่าเป็น ‘ลูกรักในบ้านนางงาม’ ของ ‘แม่ลักษณ์’ ภูมิรัตน์ เลิศวิศิษฏ์ชัย ผู้ถือลิขสิทธิ์มิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ และประธานที่ปรึกษากองประกวดมิสซูปร้าเนชั่นแนลไทยแลนด์

    เธอเป็นนางงามชนะการประกวดมิสเอเชียเพเจ้นส์ (Miss Asia Pagent) ในปี 2004 และมิสโกลบอลควีน (Miss Global Queen) ในปี 2006 โดยทั้งสองรายการนี้จัดขึ้นที่ฮ่องกง ทำให้ก้าวเข้าสู่วงการเป็นนางแบบ และนักแสดงนำในภาพยนตร์หลายเรื่อง ก่อนผันมาเป็นผู้จัดประกวดนางงามตามคำแนะนำของแม่ลักษณ์ โดยจัดประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ ปี 2015 และจัดประกวดมิสซูปร้าเนชั่นแนลไทยแลนด์ ครั้งแรกในปี 2017  

    หลังจากผู้ถือลิขสิทธิ์มิสซูปร้าเนชั่นแนลไทยแลนด์ เนยส่งตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประกวดต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2017, 2018 ก่อนประสบความสำเร็จสูงสุดในปี 2019 เมื่อแอนโทเนียชนะเลิศการประกวด เรียกว่าส่งนางงามตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประกวดมิสซูปร้าเนชั่นแนลเพียงแค่ 3 ปี เท่านั้นก็สามารถสร้างประวัติศาสตร์จารึกไว้เป็นตำนานได้

 

    กว่ามาถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เนยบอกว่า เธอและบั๊ดดี้อย่าง โจ-กัมพล ทองไชย ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อพิสูจน์ตนเองโดยมีแม่ลักษณ์คอยเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำ สรุปคือมีแม่ลักษณ์เป็นพี่เลี้ยงทั้งตอนเป็นนางงาม และตอนเป็นผู้จัดการประกวด

    “เอาจริงเคยท้อนะ ไม่ตอบแบบโลกสวย คือท้อแต่ไม่ถอยลุยต่อ กว่าจะจับทางเวทีใหญ่ได้ไม่ง่าย ต่อให้เป็นเวทีเดิมแต่เทรนด์ และคอนเซ็ปท์แต่ละปีมีเปลี่ยนแปลงเราต้องดักทางให้ได้” 

    เนยเผยว่าวันที่ทราบผลคณะกรรมการเลือกแอนโทเนียเป็นมิสซูปร้าเนชั่นแนลไทยแลนด์ 2019 รู้สึกดีใจเพราะรู้สึกประทับใจในตัวน้องทั้งเรื่องนิสัยใจคอ มีนิสัยดี สวย น่ารัก ฉลาด แถมยังตลก นำมาพัฒนาต่อได้ภายในเวลาจำกัดก่อนเดินทางไปชิงมงที่ประเทศโปแลนด์

    “น้องเขามีความสวยเป็นธรรมชาติเข้าถึงง่ายไม่ประดิษฐ์กับอะไรทั้งนั้น พูดตรงชัดเจน ชอบไม่ชอบอะไรก็บอกกันตรงๆ จริงใจทำให้ทำงานร่วมกันง่ายมาก ในขณะเดียวกันก็มีมารยาทดีสุดๆ เขาขอบคุณทุกครั้งที่พวกเราอยู่ข้างๆ เขา และเชื่อมั่นตัวเขา ทำให้จุดด้อยของเขาเป็นเรื่องเล็กๆ ปรับได้ง่ายมาก”

 

    ในการประกวดมิสซูปร้าเนชั่นแนล 2019 เนยบินลัดฟ้าจากประเทศไทยไปเชียร์แอนโทเนียร์ที่โปแลนด์ ลุ้นตัวเกร็งแบบใกล้ชิดติดขอบเวที วินาทีมงลงสิ่งแรกที่บอกกับตัวเอง We did it !!! ก่อนส่งเสียงกรี๊ดดังมาก กอดกันกลมกับคุณพ่อคุณแม่ของน้องแอน จนลืมชมช่วงมอบมงกุฏเพราะมัวแต่กรี๊ดกันอยู่ 

    “พอได้เจอแอนครั้งแรกภายหลังชนะเลิศการประกวด บอกกับน้องว่าแอนสวยสมมงแล้ว เหมาะที่สุด น้องก็ตอบกลับมาว่า แอนไม่มีทางทำได้ถ้าไม่มีพวกพี่ เรากระซิบกันเบาๆ ตอนถ่ายรูปฉลองมงด้วยกัน ส่งนางงามไทยเข้าร่วมประกวดเวทีนี้เพียงแค่ 3 ปี ทำมงแรกให้กับประเทศไทยได้แล้วมันเป็นอะไรที่มากกว่าความภูมิใจ ประวัติศาสตร์ได้บันทึกเรียบร้อยแล้ว” 

    ส่วนการจัดประกวดมิสซูปร้าเนชั่นแนลไทยแลนด์ในปีต่อๆ ไป หลังจากแอนโทเนียประกาศความงามสาวไทยบนเวทีระดับโลก ไม่อยากให้แฟนนางงามคาดหวังว่าจะยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ เพราะสิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จบนเวทีใหญ่ อยู่ที่การเฟ้นหาตัวแทนที่มีความเหมาะสม

    “เรามีคาแรกเตอร์ของเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่พูดมาตลอด อยากให้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ทุกปีร่วมกับกองประกวด ต่อให้ลงทุนกับการจัดการประกวดมากมหาศาลแค่ไหนก็ตาม ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่าเราจะได้รับความสำเร็จกับการประกวดระดับอินเตอร์ สิ่งสำคัญ คือนางงามที่ผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศเป็นอย่างไร มีศักยภาพมากพอที่จะไปประชันกับตัวแทนจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกหรือไม่”

 

Loading...