น้ำท่วมอุบลฯ ลดแต่ "บิณฑ์" หวั่นงานงอก

        น้ำท่วมอุบลราชธานีลดลง ดราม่าต่างๆจางหายไป แต่ใจฮีโร่น้ำท่วม "บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์" มีหวั่นเล็กๆ!?

    เป็นดาราจิตกุศลที่ช่วยเหลือผู้คนมายาวนาน จนกลายเป็นฮีโร่น้ำท่วมไปแล้ว สำหรับ"บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์"ที่โดดเข้าช่วยผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดอุบลราชธานี ทั้งลงพื้นที่ ทั้งเปิดรับบริจาค จนยอดเงินพุ่งกว่า400ล้านบาท จนกลายเป็นดราม่า แต่เจ้าตัวย้ำว่าไม่มีความคิดอมเงินช่วยน้ำท่วมซักสลึง และนอกจากนี้หนุ่มจิตกุศลยังทำให้ใครๆซาบซึ้งกับภาพไม่ลืมพระที่บ้าน เมื่อเขาแว่บจากช่วยน้ำท่วมมากราบแฮปปี้เบิร์ธเดย์แม่ด้วยความรักความเคารพสุดหัวใจ และเจ้าตัวได้เปิดใจกับกองทัพสื่อในงานเปิดโครงการรณรงค์ "ชีวิตดีต้องไร้ฆ่า" ในแง่มุมต่างๆรวมถึงประเด็นน้ำลดแล้วแต่กลัวงานงอกในภายหลัง 

    “วันที่ 3 ผมกลับมาไฟลท์สุดท้าย ผมบินบ่อย เพราะ นกแอร์เขาให้บินฟรีครับ เป็นสายการบินเดียวที่เขามาดูแลพวกเรา อยากจะฝากบอก ณ วิกฤตแบบนี้ ช่วยได้มากเลยครับ ผู้บริหารเอาเงินส่วนตัวมาให้ผมอีก 3 แสนบาท แล้ววันที่ 4 เป็นวันเกิดคุณแม่ผม ผมออกจากอุบลฯ 3 ทุ่มกว่า ก็ถึงบ้าน 5 ทุ่ม เกือบเที่ยงคืน ทุกวันจะมีผม มีเอกพันธ์ มีน้องสาว มีพี่ชาย แต่ ณ ตอนนี้ มีแค่ผม กับน้องสาว เพราะผมขึ้นมา เอกพันธ์ เขาก็ต้องดูแลคนที่อยู่ที่นั่น เอาเงินไปแจกให้ พอมาถึงก็อย่างที่บอก ได้กอดแม่ พาแม่ไปทำบุญ พอเสร็จเรียบร้อยก็บินกลับไปอุบลฯ ต่อ ปีนี้เลยไม่ได้เลี้ยงอะไรให้แม่ยิ่งใหญ่ เพราะว่าทุกคนก็รู้ว่าเรากำลังมีวิกฤตที่อุบลฯ ก็ได้กอดแม่ ได้พาไปทำบุญ ได้อยู่กับแม่ ได้กินข้าวกันสักมื้อหนึ่ง แม่มีความสุข เราก็มีความสุข เหมือนเพิ่มพลังให้เราได้กลับไปลุยงานต่อ อีกเดือนหนึ่งเต็มๆ ได้สบาย ถ้าเรารู้สึกว่าเวลาหมดแรง ก็กลับไปหา เขารอเราตลอด พอเจอกันก็กอด หอมกันตลอดครับ มันไม่ใข่การสร้างถาพ จริงเรากอดกันอย่างนี้ตลอด เพราะรู้สิ่งหนึ่งที่แม่ต้องการคือความรักจากลูก ผมอยู่กับแม่ คนอื่นเขามีเรือนกันหมดแล้ว มีผมคนเดียว ทีนี้ก็ได้น้องสาวมาอยู่ด้วย ตอนที่ผมไม่อยู่ ไปทำภารกิจที่อุบล ก็จะได้น้องสาวมาช่วยดูแม่”

    (เป็นภาพที่ชาวโซเชี่ยลชื่นชม)ก็ดีครับ อยากให้ทุกคนรักแม่ครับ ถ้าใครยังมีแม่อยู่ เป็นบุญกับเรามาก ไม่ใช่ว่ามีแม่อยู่แล้วเราปล่อยปละละเลย ไม่สนใจ จะรอแม่แก่แล้วค่อยปรนนิบัติ ไม่ดีครับ ผมปรนนิบัติแม่ตั้งแต่แม่อายุ 50 ตอนนั้นผม 20 กว่าเอง ดูแลจนตอนนี้ แม่ 80 กว่าแล้ว เพราะฉะนั้นโอกาสแบบนี้ เวลาคุณแม่เสียไปแล้ว จะได้ไม่เสียใจว่าไม่เคยได้กอดแม่ ไม่เคยได้หอมแม่ ได้เคยได้บอกรักแม่ เป็นอะไรที่ผมอยากจะทำให้ทุกคนเห็น ไม่ต้องอาย ไม่ต้องมองว่าใครจะว่าสร้างภาพ  เราทำดีกับแม่ เราก็ได้สิ่งดีกลับมา ยิ่มมีความกตัญญูเท่าไหร่ จะประสบความสำเร็จ จะมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาครับ”

    ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมอุบลฯตอนนี้เจ้าตัวเล่าว่า
    ตอนนี้เริ่มเข้าสถานการณ์ปกติ บางหมู่บ้าน บางตำบล บางอำเภอก็เข้าไปทำความสะอาดกันบ้างแล้ว บางบ้านไม่สามารถอยู่ได้ ต้องรื้อทั้งหลัง บางบ้านข้างล่างอยู่ไม่ได้ ข้างบนพออยู่ได้ บางบ้านพอซ่อมแซมได้ นี่เป็นขั้นตอนของรัฐบาลที่ต้องเข้าไปเยียวยา ส่วนผมนั้น ทุกครัวเรือนจะได้ 5 พันบาท จ่ายตามที่เราพูดไว้ ตอนนี้จ่ายไป 1 หมื่น 5 พัน กว่าครอบครัวแล้ว แต่ยังไม่เสร็จ ยังเหลืออีก 4 อำเภอ ที่ต้องเข้าไป ในให้เสร็จห่อนวันที่ 15 ต.ค. นี้ พยายามเคลียร์ของอุบลฯให้เสร็จเรียบร้อย เสร็จแลเวจะไปที่อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด ของแก่น จะเข้าไปต่อ น่าจะมีปลายๆ พ.ย. จะเรียบร้อย แต่เราจะพยายามเคลียร์เงิน 400 กว่าล้านนี้ กระจายออกไปที่ผู้ประสบภัยให้ได้มากที่สุด เสร็จแล้วเราจะเข้าไปเยียวยาอีกครั้ง หลังน้ำลด ที่ทุกคนเข้าไปอยู่ในบ้านแล้ว เช่น หม้อหุงข้าว กระติกน้ำร้อน พัดลม ผ้าห่ม มุ้ง หมอน เราเตรียม เราสั่งของออกมาแล้ว เรารู้สึกว่า ไม่ใช่แค่ไปดูแล้วจ่าย 5 พัน แล้วจบ เราติดตามตรงนี้เข้าไปช่วยเหลืออีก ตอนนี้ก็ปิดครับบริจาคไปแล้ว แต่ยังมีหลายคน เช่น โจอี้ บอย ที่จัดงานคอนเสิร์ตหาเงินให้ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ก็โอเค ได้  ใครก็แล้วแต่ที่อยากให้ผมไปรับเงิน ที่ไหน ยังไง ผมก็ยินดีไปรีบ แต่บัญชีนั่นผมปิดไปแล้วครับเงินส่วนที่เหลืออีก 340 ล้าน ณ ปัจจุบัน ผมเบิกไป 109 ล้าน แล้วที่จะเข้าอีก 4 อำเภอ คิดว่าน่าจะใช้อีก 100 กว่าล้าน เป็น 200 กว่าล้าน ถึงตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเงินจะเหลือเท่าไหร่ แต่ผมจะพยายามชี้แจงให้ตลอดเวลา ว่าเงินเหลือเท่าไหร่ จะทำอะไร ตอนนี้เราสั่งหม้อหุงข้าว จำนวนหลายหมื่นหม้อ และมีผู้บริจาคเข้ามาก็หล่นพันหม้อ ทีนี้ก็จะดูว่า เงินที่เหลือจะใช้ให้สูงสุดกับพี่น้อง ผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเดียว ก็จะมาดูว่าช่วยอะไรได้บ้าง นอกจากรัฐบาลช่วยแล้ว หรือของที่มากมาย จำทำอะไรให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องชาวอุบลฯ เพราะวัตถุประสงค์ที่บริจาคมากันนั้นคือเอามาให้กับพี่น้องชาวอุบลฯ ที่ประสบภัย ก็คิดกัน เพราะผมไม่อยากจะเก็บเงินก้อนนี้ไว้เลย พยายามทำประโยชน์ให้มากที่สุด”


    ทั้งนี้นักแสดงจิตกุศลอดหวั่นๆกลัวงานงอก งานเข้าตามมาในภายหลัง
    “ผมไม่รู้อนาคตข้างหน้า เรื่องสรรพากรจะมาเล่นผมไหม ผมกลัวมาก มีคนขู่ผมเยอะเหลือเกิน ว่าระวังนะ เขาบอกว่าระวังนะ เขาพูดปากเปล่าว่ารับรองไม่เสียภาษี เงินรายได้ เงินนี้ไม่ใช่รายได้ แต่เป็นเงินทำบุญ ปิดบัญชีแล้ว แต่มีคนบอกว่า ไม่แน่อีก 2-3 ปี อาจจะโดนภาษีย้อนกลับมาหาเรา คือมันอาจจะเกิดขึ้นได้ ผมกราบละครับ ขอไหว้ละครับ อย่าทำอย่างนั้นกับผมเลย ผมไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับผม ใครจะไปรู้ว่า อยู่ๆ ไม่ถึงอาทิตย์ เงิน 400 กว่าล้านจะเข้ามาหาผม ผมคิดว่าเต็มที่ ไม่เกิน 1-2 ล้าน ว่ามากมายแล้ว แต่นี่มากมายมหาศาล ผมเลยต้องพยายามทำให้โปร่งใสมากที่สุด ทำให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องมากที่สุด เพราะฉะนั้นเรื่องภาษี ผมกราบละครับ อย่ามาทำร้ายผมเลย สักสลึงผมก็ไม่คิดเอาเข้ากระเป๋าผมครับ”บิณฑ์กล่าว

 

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก:บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

Loading...