"รดา นครปฐม" ติดรายชื่อน่าจับตา โค้งสุดท้ายนางสาวไทยลุ้นใครได้ไปมิสอินเตอร์ฯ

       การประกวด "นางสาวไทย ประจำปี 2562" กำลังเข้มข้นต่อเนื่อง 39 ผู้เข้าประกวดมีคิวเข้าพบคณะกรรมการเพื่อเก็บคะแนนรอบสัมภาษณ์

    ซึ่งนับว่าเป็นด่านทดสอบสำคัญของเหล่าสาวงามในโค้งสุดท้าย หลังจากผ่านการเก็บตัวทำกิจกรรม ที่ จ.เชียงราย เป็นเวลา 5 วัน  ก่อนขึ้นเวทีประชันโฉมรอบสื่อมวลชน ในวันจันทร์ที่ 25 กันยายน และรอบตัดสินในค่ำคืนวันที่ 26 กันยาน ที่ อักษรา คิงพาวเวอร์ ท่ามกลางกองเชียร์ แฟนนางงาม ลุ้นว่าใครจะได้ครองมงกุฏนางสาวไทย คนที่ 86 เป็นตัวแทนไปประกวด "มิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2019" ที่ ประเทศญี่ปุ่น 

    ในขณะที่สื่อสายนางงามเริ่มชี้เป้าสาวงามน่าจับตา ก่อนเข้าห้องเย็นมีอยู่ด้วยกันหลายคน อาทิ ฝัน-ริศา พงศ์พฤษทล นางสาวไทยสุพรรณบุรี, เทวี ฤาชนก มีแสง ตัวแทน นางสาวไทยชลบุรี, คิตตี้-วธูสิริ ใจกลาง นางสาวไทยเชียงใหม่, รดา-รดา ศุภมังคลาชัย นางสาวไทยนครปฐม, น้ำว้า-พรนัชชา อารยะสัจจพงษ์ นางสาวไทยเพชรบุรี, น้ำหวาน-ปุณยาพร ราชฤทธิ์ นางสาวไทยสงขลา เป็นต้น

    รดา-รดา ศุภมังคลาชัย นางสาวไทยนครปฐม อายุ 22 ปี เจ้าของส่วนสูง 170 ซม. น้ำหนัก 50 กก. สัดส่วน 34-25-35 ซึ่งมีรายชื่อติดอยู่ในกลุ่มน่าจับตาจะมาชิงมงกุฏเวทีนี้ เผยว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับความสนใจจากพี่ๆ สื่อมวลชน เพราะว่าผู้เข้าประกวดทุกคนมีความสวย และมีความสามารถหลายด้านแตกต่างกัน

    ตัวแทนจากจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นชาวสาวกรุงเทพฯ โดยกำเนิด ดีกรีดาวมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประจำปี 2558, รองอันดับ 2 กุลสตรีศรีรัตนโกสินทร์, รอง Miss Jaymart Thailand 2016, Miss Young ASEAN Bangkok 2017, Miss Qipao International 2016, Miss ASNI Woman 2018 ตัดสินใจมาประกวดนางสาวไทย เพราะอยากเป็นฑูตวัฒนธรรม และใช้ตำแหน่งนางงามเป็นกระบอกเสียงรณรงค์ให้ผู้คนเห็นความสำคัญของการแก้ปัญหาเรื่องความเลื่อมล้ำในสังคมไทย โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ที่ผ่านมาเป็นจิตอาสาไปสอนนักสือเด็กในชุมชนต่างๆ เป็นประจำ

    "อยากมีส่วนประชาสัมพันธ์ให้ทั่วโลกได้รู้ว่า วัฒนธรรมไทยของเรามีความสวยงามและดีอย่างไร สิ่งที่รดาเชื่อมั่นว่ารดามี คือ หัวใจของความเป็นไทยเพราะรดาเกิดและโตที่ประเทศไทยได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยผ่านทางการเรียนและการประกวดเพราะฉะนั้นเราเชื่อมั่นว่ารดาสามารถ ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักได้มากขึ้นและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้แน่นอนค่ะ" 

    "และก็อยากเน้นการแก้ปัญหาความเท่าเทียมกันในสังคมไทยเป็นพิเศษค่ะ เพราะเรารู้สึกว่าในสังคมไทยไม่ใช่แค่เรื่องเพศเท่านั้นที่ยังไม่ได้รับความเท่าเทียมกัน แต่มันรวมไปถึงความเท่าเทียมกันในเรื่องของการศึกษา ไปสอนหนังสือเด็กๆ ที่ วัดพรหมวงศาราม แถวห้วยขวางตั้งแต่เรียนอยู่มัธยมค่ะ บริจาคของให้เด็กๆในวันเด็ก ด้วยค่ะ การอยู่ร่วมกันในสังคม ส่วนตัวคิดว่า ถ้าเรามีความเท่าเทียมกันในสังคมมันจะทำให้เราอยู่ร่วมกันอย่ามีความสุขมากขึ้น" 

    ก่อนจบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะสังคมศาสตร์ เอกการท่องเที่ยว และการโรงแรม ม.ศรีครินทรวิโรฒ รดา เกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น คุณพ่อประกอบธุรกิจส่วนตัวคุณแม่เป็นแม่บ้าน 

    แต่เธอเลือกที่จะเป็นเด็กไม่ติดความสบาย ออกมาหาประสบการณ์ท้าทายนอกบ้าน ทำงานหาเงินใช้เองตั้งแต่อายุ 15 ปี กับการเป็นพนักงานเสิร์ฟร้านอาหาร, เอ็กตร้าโฆษณา ภาพยนตร์ นางแบบ และประกวดนางงาม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเองในยามที่ต้องเผชิญกับช่วงชีวิตที่ยากลำบาก  เพราะมีความคิดว่าชีวิตคนเราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป 

    "เป็นเรื่องที่ทำให้พ่อกับแม่ภูมิใจค่ะ อย่างที่บอกหนูเป็นลูกคนเดียว และหนูก็ตั้งเป้าหมายสูงสุดในชีวิตว่าหนูอยากทำให้ท่านสบาย สามารถหาเลี้ยงท่านได้และที่สำคัญคือภูมิใจที่มีหนูเป็นลูกสาว กับการประกวดนางงาม หนูประกวดและหาเงินส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรี เมื่อมีโอกาสก็อยากจะประกวดเวทีที่มีความยิ่งใหญ่ เป็นเวทีระดับตำนานอย่างเวทีนางสาวไทยค่ะ" 

    ถามว่า รู้สึกอย่างไรที่นางงามยังถูกมองว่า เป็นธุรกิจขายเรือนร่างสตรีมากกว่าไอคิว นางสาวไทยนครปฐมแสดงความคิดเห็นว่า นางงามต้องสวย คือ สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่ในปัจจุบันหากจะบอกว่า นางงามขายเรือนร่างอย่างเดียวก็ดูโหดร้ายเกินไปหน่อย ทุกเวทีมีการคัดเลือกเข้มข้น พิจารณาทั้งความสวย การศึกษา และทัศนคติ และผู้เข้าประกวดหลายคนพูดได้มากกว่า 2 ภาษา นอกจากภาษาอังกฤษแล้วยังพูดภาษาจีน สเปน ฝรั่งเศษ ได้ด้วย เป็นต้น 

    ถามถึงไลฟ์ไตล์ รดา บอกทิ้งท้ายว่า "เป็นคนเรียบง่ายมากค่ะ ทั้งการแต่งตัวหรือการเลือกสถานที่ท่องเที่ยว อย่างแต่งตัวหนูก็ชอบแต่งแบบเสื้อยืดกางเกงขาสั้นง่ายๆ ไม่ชอบแต่งแบบพร็อพเยอะ ที่เที่ยวชอบไปเที่ยวที่คนไม่พลุกพล่านค่ะ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ได้พักผ่อนจริงๆ"

อัลบั้มภาพ 13ภาพ

Loading...