เปิดชีวิต "เบลล์ นิภาดา" ก่อนเคอรี่ส่งรางวัลใหญ่มาให้

        ความจนไม่เคยพ้นไปจากโลกใบนี้! ‘คนจน’ เพราะขี้เกียจ ไม่ขยันทำมาหากิน เหตุผลนี้ใช้เป็นบทสรุปไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ หลายคนดิ้นรนทำงานอย่างหนัก แต่ไม่สามารถยกระดับชีวิต และครอบครัว มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะรายรับ และค่าครองชีพไม่บาลานซ์กัน

    ครอบครัวเกษตรกรใน ตจว.กู้เงินธนาคารมาทำการเกษตร ฝากชีวิตไว้กับฟ้าฝน ซึ่งแปรปรวนหนักขึ้นทุกวัน ผลผลิตไม่ได้ตามเป้า ดอกเบี้ยงอกมากกว่าดอกผลพืชพันธุ์ในแปลงเพาะปลูก รุ่นลูกเกิดมารับช่วงต่อใช้หนี้ต่อ เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ยุคพระเจ้าเหา 

    โปรไฟล์ของคนบ้านนอกส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยแตกต่างจากละครดราม่า ปากกัดตีนถีบสู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก ขนาดเด็กเจน Z (เกิดหลังปี พ.ศ. 2538) อย่าง ‘เบลล์ นิภาดา’ หรือ ‘นิภาดา ขันเงิน’ นักร้องสาวดารุ่งที่กำลังมาแรงกับเพลง ‘ให้เคอรี่มาส่งได้บ่’ ของค่าย ‘แกรมมี่ โกลด์’ ก็หนีไม่พ้นสภาพนี้ 

    เธอต้องต่อสู้กับความยากจนมาตั้งแต่เด็ก ก่อนส่งเพลง ให้เคอรี่ส่งมาได้บ่ ออกมามีกระแสความแรงต่อเนื่อง ยอดวิว ณ วันที่ 9 กันยายน 2562 อยู่ที่ 95 ล้านวิว 

    จนโดนแซวว่า เคอรี่ส่งรางวัลใหญ่มาให้ ได้แจ้งเกิดเป็นนักร้องมีชื่อเสียงในวัย 16 ปี มีงานเดินสายแสดงคอนเสิร์ตทุกวัน ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ นำไปเลี้ยงครอบครัว สมหวังตามที่ตั้งใจ
    “ครอบครัวทำนา ที่จังหวัดขอนแก่น ผลผลิตตกต่ำ ทำให้ไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว พ่อต้องไปเร่เสนอขอทำรางน้ำ ตามจังหวัดต่างๆ ในภาคอีสาน ได้ทำบ้างไม่ได้ทำบ้าง เอาแม่กับหนูติดรถกระบะเก่าๆ ไม่มีแอร์ไม่แคปไปด้วย ตั้งแต่หนูอายุ 1-2 ขวบ อาศัยนอนตามวัด ปั๊มน้ำมัน บางวัดก็ไม่ให้นอน ก็ต้องหาสถานที่เหมาะๆ ข้างทาง ไม่เปลี่ยวเป็นที่หลับนอน” เบลล์ เล่าถึงชีวิตวัยเด็ก

    “วันไหนที่พ่อไม่ได้ทำรางน้ำ ก็ไม่มีเงินซื้ออาหาร ต้องคิดหาญาติพี่น้องที่มีบ้านอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ที่ครอบครัวเราเดินทางผ่าน ไปขอข้าวกิน ตอนเป็นเด็กไม่ได้รู้สึกอะไร แต่พอโตขึ้นเริ่มรู้ความ มีความรู้สึกสงสารพ่อ สงสารแม่ อยากโตไวๆ เพื่อที่จะได้ทำงานแบ่งเบาภาระท่านได้

     “มีอยู่ครั้งหนึ่ง อยู่บ้านกับพี่สาว พ่อกับแม่ไปเร่ทำรางน้ำ แล้วแม่โทรมาบอกว่า พ่อประสบอุบัติเหตุตกจากหลังคาบ้าน รู้สึกตกใจมาก ร้องไห้หนักมาก แต่ไม่สามารถช่วยอะไรท่านได้ นอกจากให้กำลังใจท่าน พ่อเข้าโรงพยาบาลมีแผลหัวแตก เย็บ 13 เข็ม” 
 เบลล์เล่าต่อว่า เธอเป็นลูกหลง ตอนที่เกิด คุณพ่ออายุ 54 ปี คุณแม่อายุ 47 ปี และเธออายุห่างจากพี่สาว 13 ปี ในวันที่พ่อตกหลังคา สุขภาพร่างกายเริ่มไม่แข็งแรง ยิ่งมีความคิดอยากทำงานมากขึ้น “อยากทำอะไรก็ได้ ที่ทำให้ได้เงินมาเลี้ยงครอบครัว” 

    พอเธอเรียนระดับประถมศึกษา ที่โรงเรียนบ้านหนองนกเขียน ต.โนนทอง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านเกิด มีคุณครูวิภาดา ธรรมวงศ์ษา เห็นแวว จึงชักชวนให้มาฝึกร้องเพลง ก่อนได้เป็นตัวแทนไปแข่งขันร้องเพลง ได้รับรางวัลชนะเลิศ ระดับศูนย์เครือข่าย และได้ไปแข่งต่อระดับเขต ได้รับรางวัลชนะเลิศ ตีตั๋วไปแข่งระดับภาค

    เธอขึ้นเวทีประกวดร้องเพลงต่อเนื่อง จนกระทั่งเรียนจบ ป.6 ก่อนไปสมัครสอบเข้าเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ที่ โรงเรียนหนองเรือวิทยา ไม่มีเงินแม้กระทั่งค่ารถ เดินทางจากบ้านไปโรงเรียนที่มีระยะห่างกัน 13 กม.คุณพ่อคุณแม่ต้องไปหยิบยืมเงินญาติพี่น้องมาให้ ใช้เป็นค่ารถ และค่าสมัครสอบ จนกระทั่งสอบผ่านได้เข้าเรียนในที่สุด 
    “ตอนเรียน ม.1 โรงเรียนจัดงาน มีการประกวดต่างๆ มีแต่งกลอน ร้องเพลง หนูลองไปสมัครประกวดร้องเพลง ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ” 

    กับการประกวดครั้งนั้น แม้ไม่ได้รับรางวัลชนะเลิศ แต่ก็ทำให้ อาจารย์กฤษฎากรณ์ อ่อนตาแสง ครูสอนดนตรีประจำโรงเรียน ประทับใจถ่ายทอดเสียงเพลงลูกทุ่งอีสานได้น่าฟัง จึงเรียกมาเทสต์ ด้วยการเล่นกีต้าร์ ให้เธอร้องเพลง โดยเบลล์เลือกร้องเพลงน้องมีผัวแล้ว ของ ‘ดอกอ้อ ทุ่งทอง’ อัดคลิปวิดีโอนำไปลงในเฟซบุ๊ก ปรากฏว่ามีคนเข้ามากดไลค์ และกดแชร์ผลงานนี้ออกไปเป็นจำนวนมาก  เป็นกำลังใจใหเธอขยันทำคลิปคัฟเวอร์เพลงออกมาต่อเนื่อง ลงในช่องยูทูบบ้านโปงลางแสนเมือง ซึ่งเป็นวงโปงลางประจำโรงเรียน ที่เธอเป็นนักร้องนำอยู่ด้วย

    “อาจารย์กับพี่ลำเพลิน (ลำเพลิน วงศกร)  รู้จักกัน พี่เขาแต่งเพลงไว้ และอยากให้หนูร้อง อาจารย์จึงลองทำเพลงนี้ ชื่อว่า แพ้บ่ได้หัวใจยังมีอ้าย ให้หนูร้องเป็นเพลงแรก ไม่มีงบไปทำดนตรี หรืออัดเสียงห้องที่ดังๆ อัดกันที่ห้องฮุ่งเฮืองสตูดิโอ เป็นห้องอัดของเพื่อนอาจารย์ ยอดวิวไม่เยอะเทาไร แต่เริ่มมีขึ้นรู้จักมากขึ้น”

    ชื่อ ‘เบลล์ นิภาดา’ ได้รับความสนใจมากขึ้น ในฐานะนักร้องสายอินดี้ ที่มีความสามารถในการร้องเพลง และเล่นกีต้าร์ เมื่อปล่อยเพลง บอกเลิกบ่ออกบอกฮักบ่ได้ ที่ เต้ย อธิบดินทร์ หรือ เต้ย งัดถั่งงัด แต่งให้ร้อง มีกระแสตอบรับดี ยอดวิวทะลุ 15 ล้าน และสร้างสรรค์เพลงเรียกยอดวิวหลักล้านในยูทูบมาต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเพลงฮู้เบิดล่ะ, อย่าปึกหลาย ขนาด ‘ตั๊กแตน ชลดา’ นักร้องขวัญใจมหาชน ค่ายแกรมมี่ โกลด์ ยังอดใจไม่ไหว นำเพลงฮู้เบิดล่ะ’ ไปคัฟเวอร์ ทำให้สังคมรู้จักเป็นวงกว้างมากขึ้น และมีส่วนสำคัญในการพลิกชีวิตเธอ จากนักร้องบ้านนอกเลื่อนขั้นมาเป็นนักร้องค่ายยักษ์ใหญ่ ตั้งแต่อายุ 15 ปี ขณะเรียนอยู่ชั้น ม.3

    “พี่ตั๊กแตนเอาผลงานของหนูมาแนะนำกับพี่ที่แกรมมี่ โกลด์ ไม่คิดไม่ฝันว่า จะมีพี่ติดต่อไปให้มาเทสต์เสียง บอกพ่อแม่ท่านดีใจมาก ได้รับโจทย์แรกเลยให้ทำภารกิจ คือ แต่งเพลงเอง แบบไหนก็ได้ หนูแต่งเพลงแรกชื่อว่า เพลงถอยใจ ใช้เวลาแต่ง 6 ชั่วโมง”​

    “รู้สึกกดดัน โทรไปถามเพื่อนถามเรื่องความผิดหวังในความรัก ตอนเดินไปเข้าห้องน้ำ ขึ้นท่อนฮุคได้ รีบวิ่งมาเขียน จับคอร์ดกีต้าร์เล่นดู และนำเสนอ พอได้ยินคำตอบว่าพอได้ ก็เริ่มมีกำลังใจ ก่อนที่พี่เขาแนะนำให้เพิ่มเสียง ให้เน้นคำอย่างไร จนผ่านได้ไฟเขียว ได้เซ็นสัญญาเป็นนักร้องค่ายแกรมมี่ โกลด์ และออกเพลงนี้เป็นซิงเกิ้ลแรก และออกเพลงเสี่ยงไว้”

    เส้นทางชีวิตของสาววัยทีน จาก อ.หนอเรือ ยิ่งดีขึ้นต่อเนื่อง เมื่อ อ.จอห์น ขวัญชัย นำเพลงมานำเสนอ อ.กฏฤษฎา ให้เอามาให้ลองร้องเป็นไกด์เพลง ดีดกีต้าร์ ลงยูทูบ ปรากฏว่า มีกระแสตอบรับท่วมท้นในเวลาอันรวดเร็ว เด็กๆ ร้องตามกันได้ 
 หลังจากไกด์เพลงมียอดวิวทะลุ 4 ล้าน บวกกับมีเสียงเรียกร้องว่าอยากฟังเพลงนี้เวอร์ชั่นสมบูรณ์แบบ จึงใส่เกียร์เดินหน้า สร้างสรรค์ผลงานเต็มสูบ โดยมี อ.ไก่ กีต้าร์ เรียบเรียงดนตรี 

    “ปล่อยเพลงนี้ออกมาเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ตอน 9 โมงเช้า เป็นวันไหว้ครูพอดี ประมาณ 2 ทุ่มวันเดียวกัน ติดชาร์ตเป็น 1 ในมาแรงของยูทูบ และมียอดวิวทะลุ 1 ล้านวิวหลังจากปล่อยออกมาเพียง 1 วัน ดีใจมาก บอกพ่อกับแม่เพลงมาแรงแล้วเด้อ เป็นเพลงเร็วเพลงแรกในชีวิต จากนั้นยอดขึ้นวันละล้าน ถ้าวันหยุดก็วันละสองล้านได้” 

    “ชีวิตหนูเปลี่ยนไปเลยค่ะ เมื่อเพลงของตัวเองดัง มีงานจ้างเยอะมาก เจ้าภาพงาน นายห้าง ติดต่อเข้ามาไม่ขาดสาย จนตั้งรับไม่ทัน”

 

    จากที่เคยไปเรียนหนังสือแล้วกลับบ้าน ชีวิตเบลล์เปลี่ยนไป เป็นไปเรียนหนังสือตอนเช้าแล้ว ช่วงค่ำไปเดินสายแสดงคอนเสิร์ต ได้รับความเมตตาจากอาจารย์ที่ปรึกษาทำเรื่องขอเวลาเรียนให้เป็นคอร์สพิเศษ ทำงานส่งเก็บคะแนนเพิ่มมากขึ้นกว่าเรียนตามเวลาปกติ 

    “สำหรับหนูมันเป็นรางวัลใหญ่ที่ได้รับในชีวิตเลย จากที่พ่อกับแม่ต้องไปเร่ขายรางน้ำ ตอนนี้ท่านไม่ต้องไปแล้ว เพราะหนูสามารถทำงานหารายได้เลี้ยงดูครอบครัวได้แล้ว พ่อแม่เปลี่ยนจากทำรางน้ำมาทำเกษตรที่บ้าน ทำสวนผัก ผลไม้ ปลูกมะเขือเทศ ข้าวโพด ครอบครัวอยู่ดีกินดีขึ้น หนูส่งเงินให้พ่อกับแม่ เดือนละครั้ง หรือไม่ก็อาทิตย์ละครั้ง ให้ท่านนำไปใช้หนี้ และใช้ดำเนินชีวิต มีความสุขที่ได้เห็นท่านได้อยู่บ้าน ไม่ต้องทำงานหนักเกินกำลัง”​

    “ตอนนี้เรียน ม.4 รู้สึกภูมิใจมาก ที่ประสบความสำเร็จ คือ ทำงานเลี้ยงดูครอบครัวได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ที่ผ่านมาครอบครัวเราลำบากจริงๆ ใครไม่เคยสัมผัสชีวิตมีกินบ้าง ไม่มีกินบ้าง ไม่รู้หรอกว่ารสชาติมันเป็นอย่างไร กว่าจะผ่านแต่ละวันไปได้ ต้องอดทน ต้องสู้แค่ไหน ขอบคุณครูบาอาจารย์ ผู้ใหญ่ใจดี ทีมงานทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุน รักและเอ็นดูหนู รวมถึงแฟนคลับทุกคนที่เป็นกำลังใจให้กันเสมอมา” เบลล์ ทิ้งท้ายว่า เธอมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง ให้สมกับที่ได้รับโอกาสทองของชีวิต 

    นอกจากเป็นนักร้องแถวหน้าแล้ว ยังมีความฝันอยากเป็นโปรดิวเซอร์ สร้างสรรค์ผลงานอยู่เบื้องหลัง และเป็นอาจารย์สอนดตรี เพื่อจุดประกายความฝันให้กับเยาวชนในชนบท มีความรู้ และเทคนิคนำไปใช้ต่อยอด สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างครอบครัว เหมือนที่เธอทำได้

 

 

Loading...