ฉลาดใช้! "เน็ค นฤพล" ขนเงินรางวัล1ล้าน ไปให้พ่อแม่ปลดหนี้ ทำร้านส้มตำสร้างฐานะ

       ยกนิ้วโป้งให้เลย "เน็ค นฤพล" นักร้องลูกทุ่งอีสานดาวรุ่งมาแรง ขนเงินล้านไปปลดหนี้ให้พ่อแม่ และไปลงขันกับน้า ทำร้านส้มตำ ขายส้มตำ ยำแซ่บ อาหารอีสาน สร้างฐานะ

    โดดไปเข้าร่วมแข่งขันรายการ "สมรภูมิชิงเพลง" ทางช่อง 33 เน็ค นฤพล นักร้องลูกทุ่งอีสานดาวรุ่งมาแรง วัย 23 ปี สังกัดค่ายแกรมมี่ โกลด์ ทำงานได้ยอดเยี่ยม คว้ารางวัลชนะเลิศมาครอง ได้รับเงินรางวัล 1 ล้านบาท 

    ภายหลังได้รับเงินรางวัลก้อนโต เขาได้นำส่วนใหญ่ไปมอบให้พ่อแม่ปลดหนี้ ที่ไปกู้หนี้ยืมสินธนาคารมาลงทุนมาทำการเกษตรที่บ้านจังหวัดสุรินทร์ และใช้เลี้ยงดูลูกจนเติบใหญ่ โดยไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย

    "วันที่ผมนำเงินไปให้ปลดหนี้ พ่อแม่ร้องไห้เลยครับ ผมเองก็อดกลั้นน้ำตาไม่ไหวเหมือนกัน มันเป็นน้ำตาแห่งความภาคภูมิใจ ที่ลูกคนหนึ่งได้ตอบแทนพระคุณพ่อแม่ ทำให้ท่านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หนี้ก้อนใหญ่เลยคือไปกู้ ธกส.มาทำไร่ทำนา ใช้เลี้ยงผมเลี้ยงน้อง ผมนำไปให้ท่าน 8 แสนบาท ให้ไปใช้หนี้ 6 แสนบาท ให้เก็บไว้ทำทุน 2 แสนบาท หนี้ส่วนที่เหลืออีกเล็กน้อยผมส่งเงินเดือนให้ท่านนำไปทยอยจ่าย พอปลดหนี้ได้ครอบครัวก็เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น ทุกวันนี้พอได้เงินค่าตัวจากการทำงาน ร้องเพลง และเล่นละคร ก็จะเก็บไว้ 70 เปอร์เซ็นต์ อีก 30 เปอร์เซ็นต์ส่งให้ทางบ้าน เพราะผมเองก็มีรายจ่ายส่วนตัว ค่างวดรถ ค่าเช่าที่พักอาศัย และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายน้องชายอีก 2 คน มีน้องชายแท้ๆ  และลูกพี่ลูกน้องกัน" 

    สำหรับเงินรางวัลที่เหลืออีกส่วนน้อย นำมาสมบทบกับค่าตัวที่ได้รับจากงานแสดงละคร นำไปใช้ต่อยอดสร้างฐานะ ด้วยการร่วมหุ้นกับน้าทำร้านส้มตำชื่อว่า "ตำแซ่บต้นซอย" ที่ ปากซอย รามอินทรา 5 ด้านหน้าตลาดแกรนด์รามอินทรา นอกจากส้มตำ จัดว่าเป็นจานเด็ดของร้านแล้ว ยังมีอาหารรสแซ่บอีกหลายเมนูให้เลือกเปิบ อาทิ ยำหอยแครง ปลาเผา ปลากระพงทอดน้ำปลา ลาบหมู ปีกไก่ทอด ฯลฯ  

    เหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจแบบนี้ เพราะมีความคิดว่า "ชีวิตคนเราไม่แน่นอน" แม้วันนี้กำลังไปได้สวยกับการทำงานในวงการ แต่อนาคตข้างหน้าอาจจะเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นกับตนเองก็ได้ โชคชะตาจะเล่นตลกกับเราเมื่อไหร่ก็ได้ วันนี้โชคดี อาจจะโชคร้ายก็ได้ 

    "เป็นการนำเงินที่มีมาลงทุนเพื่ออนาคต ชีวิตศิลปินมีขึ้นมีลง เราไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเราในอนาคต นำมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ดีกว่า ลูกค้าติดแล้วก็มีเงินเก็บ สร้างฐานะ สร้างความมั่นคงไว้รองรับอนาคต แต่ก็ไม่ได้ทำใหญ่เกินตัว ทำพอดีๆตอนนี้กิจการก็กำลังไปได้ดี มีทั้งลูกค้ามานั่งกินที่ร้าน และสั่งกลับบ้าน มญาติๆ พี่ๆ น้องๆ กันทั้งนั้นมาช่วยกันทำอาหาร ช่วยกันเสิร์ฟ ยังไม่มองไปถึงขยายสาขา ตั้งใจพัฒนาร้านนี้ให้ดีขึ้นรื่อยๆ อย่างเช่นเพิ่มช่องทางการขายทางออนไลน์ ให้ลูกค้าสามารถสั่งผ่านแอฟพลิเคชั่นเดลิเวอรี่ และเราก็ไปส่งถึงบ้าน ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนศึกษาระบบ และขั้นตอนการทำงานให้รู้ลึกรู้จริง" 

    เน็ค บอกต่อว่า วันที่ว่างจากการร้องเพลง ถ่ายละคร ถ่ายรายการโทรทัศน์ ก็มานั่งเป็นแคชเชียร์ และเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าด้วยตนเอง 

    แม้ต่อสู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก กับการเป็นพนักงานเซเว่นอีเลฟเว่น เด็กวัด และอื่นๆ อีกจิปาถะ แต่กับการค้าขาย ถือว่ายังเป็นมือใหม่ วันที่ขายดีมากลูกค้าเข้าพร้อมกันหลายโต๊ะ ก็จะวุ่นจนหัวหมุนเรียงบิลไม่ถูกกันเลยทีเดียว 

    เขายอมรับว่า มีบ้างที่ถูกลูกค้าต่อว่าเรื่องเช็คบิลช้า ซึ่งเขาเลือกแก้ปัญหาด้วยวิธี เข้าไปขอโทษ และยอมรับตรงๆ ว่า เป็นมือใหม่กับงานด้านนี้ เมื่อลูกค้าทุกคนรู้แบบนี้ก็เข้าใจ และให้อภัย โดยมีลูกค้าหลายคนมาบอกภายหลังว่า การขอโทษและอธิบายให้เข้าใจถึงปัญหาแบบตรงไปตรงมา แสดงออกถึงความจริงใจ บวกกับอาหารรสชาติดี สะอาด ราคาย่อมเยา คือสิ่งสำคัญทำให้กลับมาใช้บริการต่อเนื่อง

    "ก็ต้องขอบคุณลูกค้าครับ ที่เข้าใจ ตอนผมมาทำใหม่ๆ วันที่ร้านขายดี โอ้โหหัวหมุนเลยครับ ก็ขอโทษและบอกเขาไปตรงๆ ว่าเราเป็นมือใหม่ และก็ไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะพัฒนาตนเอง ตอนนี้ทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางแล้ว" 

    ส่วนงานในวงการ เน็ค มีเพลง "มันเป็นไผ" จากปลายปากกาของ "อาจารย์วสุ ห้าวหาญ" ออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังเป็นผลงานล่าสุด เป็นเพลงจังหวะโจ๊ะๆ นำเสนอเรื่องราวของหนุ่มบ้านๆ รักผู้หญิงคนหนึ่งด้วยความจริงใจ พอโตขึ้นมีผู้ชายหมู่บ้านอื่นมาจีบจึงมีความรู้สึกเหมือนถูกลูบคม ความพิเศษของเพลงนี้มีท่อนที่เขาต้องร้องแร็พเป็นภาษาอีสาน โดย "ลำเพลิน วงศกร" และ "เต๊ะ ตระกูลตอ" มาร่วมสร้างสีสัน เล่นมิวสิควิดีโอ

    "เป็นงานที่ท้าทายเลยครับ ร้องยากนะต้องใช้เสียงสูง และเป็นจังหวะที่ผมไม่เคยร้องมาก่อน ทำการบ้านด้วยการฟังเพลงของศิลปินรุ่นพี่ที่เคยออกผลงานแบบนี้มาแล้ว ตอนเข้าห้องอัดเหนื่อยมาก อย่างที่บอกต้องร้องเสียงสูงต้องร้องกันแบบสุดพลังเลย ร้องจนเสียงหมดเลยเพราะต้องอัดหลายรอบมากกว่ากว่าจะผ่าน" 

    นอกจากนี้ยังมีละครเรื่อง "ดอกคูนเสียงแคน" ทางช่อง GMM 25 รับบทเป็นเหม่ง ตัวฮาคู่หูของแคน รับบทโดย "ตูมตาม เดอะสตาร์" พระเอกของเรื่อง และเป็นน้องชายของ "เต๋า ศิลป์" ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่อยู่วงดนตรีพื้นบ้านอีสาน จนมาต่อสู้ชีวิตในเมืองหลวง 

    "เรื่องนี้เป็นละครเรื่องที่สองต่อจากเรื่องสาสน้อยร้อยล้านวิว ทางช่องวัน ระหว่างทำงานก็มีความตื่นเต้นเหมือนเดิม แต่น้อยลงเพราะมีประสบการณ์มาแล้ว และเรื่องนี้ได้เล่นกับพี่เต๋า ภูศิลป์ ศิลปินร่วมค่ายที่สนิทกัน พี่เขาก็คอยให้คำปรึกษา ช่วยให้ลดความกดดันลงไปได้" 

    เน็ค ยอมรับทิ้งท้ายการสนทนาว่า ไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนว่า ชีวิตเด็กบ้านนอกร้องเพลงเลี้ยงควายตามทุ่งนา จะมาไกลถึงขนาดนี้ ได้เป็นศิลปินในสังกัดค่ายเพลงชั้นนำของเมืองไทยแล้ว ยังได้รับการผลักดันให้เล่นละครกับทีมงานผู้จัดฯ มืออาชีพ

    "ไม่เคยคิดว่าจะมาไกลได้ขนาดนี้เลย ตอนเด็กๆ ร้องเพลงตามทุ่งนา มองไม่เห็นช่องทางเลยว่า จะเดินเข้ามาสู่วงการนี้ได้อย่างไร จนกระทั่งมีการประกวดร้องเพลงจึงเปิดโอกาสให้กับตัวเอง มาแสดงความสามารถ จนได้รับการพิจารณาใฟ้เข้ามาร่วมงานกับค่ายแกรมมี่ โกลด์ เริ่มต้นที่โปรเจค น้องใหม่ไต่ดาวโครงการ 2 ก่อนได้มาออกผลงานเดี่ยว และผู้ใหญ่เมตตาผลักดันให้เล่นละคร พ่อแม่ภูมิใจมากไม่คิดว่าลูกจะมาไกลได้ขนาดนี้เหมือนกัน ตอนเป็นเด็กอยู่บ้านนอกก็เป็นเด็กดื้อ แต่ออกไปทางแก่นแก้ว ไม่ได้สำมะเลเทเมา" เน็ค นฤพล กล่าว

อัลบั้มภาพ 15ภาพ

Loading...