วิธีคิดโคตรเท่! "ชายปรายสามแปด" ร้องเพลงไปด้วยขายก๋วยเตี๋ยวไปด้วย

        ‘ท่ายืนที่สวยงามที่สุด คือท่ายืนบนขาของตัวเอง’ เป็นสำนวนที่ ‘ชายปรายสามแปด ท็อปไลน์’ นักร้องหนุ่มค่ายท็อปไลน์มิวสิค เชื่อถือเชื่อมั่น แม้สังกัดค่ายเพลงลูกทุ่ง หมอลำ ชั้นนำของประเทศ

    แต่นักร้องหนุ่มคนจังหวัดร้อยเอ็ดโดยกำเนิด ไม่เคยหลงตัวเอง มองว่าเขาเป็นเพียงนักร้องเบอร์เล็กๆ โชคดีที่ ‘ดร.ทวีชัย จริยะเอี่ยมอุดม’ (นายห้างทวีชัย) เจ้าของค่ายท็อปไลน์ฯ ให้ความเมตตาอ้าแขนต้อนรับ
 
    ชายปรายสามแปด ท็อปไลน์ อาจไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากนัก แต่ถ้าในแถบภาคอีสานชื่อเสียงไม่ธรรมดา ‘เก๋ ไอลดา’ ผู้จัดอีเว้นต์นรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรง ซึ่งเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขา ขายงานให้ได้ต่อเนื่อง 

    เขามีประสบการณ์อื้อ จากการเป็นนักร้องเดินสายขายเสียงไพเราะ และเล่นตลกขายหัวเราะ ในผับในบาร์มายาวนาน 

     ผลงานที่เคยปล่อยออกมาอย่าง เพลงของตาย, จำไว้ (จื่อไว้), Alone (โดดเดี่ยว) อาจไม่คุ้นหูเท่าไหร่ แต่มีจุดเด่นอยู่ที่ลีลาเอ็นเตอร์เทนหน้าเวที นำเพลงที่อยู่ในกระแสมาร้องต่อกันได้ไหลลื่น สลับกับการยิงมุกตลกสร้างสีสันเรียกเสียงฮา 
 
    จุดแข็งนี้เอง ทำให้มีงานเฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า นักร้องที่มีเพลงดังยอดวิวยูทูบเป็นล้านเป็นร้อยล้านวิว แต่ลูกล่อลูกชนหน้าเวทีไม่เอาไหน มีแต่กระแสแต่ไม่มีน้ำยา มาสร้างความหวือหวาประเดี๋ยวประด๋าว 

    “ผมรักอาชีพนี้ เป็นอาชีพที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก อยากร้องเพลงไปเรื่อยๆ ร้องจนไม่มีคนจ้าง เหลือคนฟังคนเดียวผมก็จะร้องครับ” 
 ชายปรายสามแปด บอกให้รู้ว่า เขารักในเสียงเพลง มีความสุขที่ได้ใช้เสียงเพลงมอบความสุขให้ผู้คน และมีความหวังว่าสักวันจะได้รับความสำเร็จมากกว่านี้ แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นโหยหา ตามคำสอนของท่าน ‘พุทธทาสภิกขุ’ 
 
    “อย่าไปบ้ากับชีวิตให้มาก เพราะมันเป็นสิ่งสมมุติ ชีวิตเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ จงทำหน้าที่ให้ดี โดยไม่มีความทุกข์ ให้สงบ เย็น และเป็นประโยชน์ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเราต้องคือนให้กลับสู่ธรรมชาติดังเดิม แม้แต่ร่างกายที่เราเฝ้าดูแลก็ตาม”

 

    ความไม่แน่นอนในชีวิตมีหลายอย่าง ความฝัน อนาคต แม้กระทั่งความรัก ไม่มีใครรู้หรอกว่า วันข้าหน้าจะออกหัวออกก้อย หนุ่มเมืองร้อยเกินฉายความคิดเท่ๆ เหมือนกับรูปลักษณ์ภายนอก   เขาแบ่งเงินที่ได้จากการร้องเพลง มาลงทุนเช้าตึกแถวในจังหวัดขอนแก่น ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองเศรษฐกิจเมืองหนึ่งในภาคอีสาน เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ โดยแคร์เสียงเม้าท์ยคนมีความคิดติดลบ เป็นนักร้องค่ายดังยังต้องมาขายก๋วยเตี๋ยวอีกหรอ เพราะมีจุดประสงค์ชัดเจน ต้องการสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว 

    “ผมว่าคุณค่าของคนไม่ได้ขึ้นอยู่ที่น้ำลายของใครนะ แต่มันอยู่ในใจเรา รับงานร้องเพลงไปด้วยขายก๋วยเตี๋ยวไปด้วยมา 3 ปีแล้ว ใครจะมองอย่างไรคงไปห้ามเขาไม่ได้ แต่โดยส่วนตัวเป็นคนชอบทำมาหากิน ไม่รู้สิอนาคตข้างหน้าเกิดสิ่งที่เราไม่คาดคิดได้เสมอ โชคชะตาเล่นตลกกับเราเมื่อไหร่ก็ได้ หวังว่าจะประสบความสำเร็จกับสิ่งที่เราฝันไว้ แต่ฝันที่เป็นจริงไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนหรอกนะ เลือกอยู่กับปัจจุบัน ตอนนี้นักร้องรุ่นใหม่ก็ขึ้นมาเยอะและเศรษฐกิจบ้านเมืองก็ไม่ดี งานร้องเพลงน้อยลง รอแต่งานร้องเพลงอย่างเดียวรายได้ไม่เพียงพอ” 

    “ในเมื่อเราเป็นลูกผู้ชายของครอบครัว ก็ต้องทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ที่สุด สมัยก่อนมีงานคอนเสิร์ตประมาณ 15-20 งานต่อเดือน แต่พอมาช่วงที่คนจับจ่ายน้อยลง ลดเหลือ 5-6 งานต่อเดือน มองว่าไม่ต้องไปทำธุรกิจอะไรใหญ่โตหรอก เอาเงินไปจมโดยไม่มีอะไรมาการันตีว่าจะสำเร็จหรือไม่ ขายก๋วยเตี๋ยวเป็นอีกหนึ่งช่องทางทำกินที่ดี ใช้การลงทุนน้อย แต่สามารถทำให้มีรายได้เพิ่มได้ นำมาใช้จ่ายในครอบครัว มีเหลือก็เก็บไว้สร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว”
 
    “อย่างที่บอกว่าชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอน วันนี้มีแรงทำก็ควรทำ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย ตรงกันข้ามผมคิดว่าเท่ดีออกที่ยืนได้ด้วยขาของตนเอง ไม่ใช่ฝากความหวังไว้กับค่ายเพลงว่าเมื่อไหร่จะทำให้เราดัง ต้องดังก่อนถึงจะรวย ถึงจะมีกินมีใช้ คนที่คิดแบบนั้น ไม่รู้จักช่วยเหลือตัวเอง น่าอายกว่าอีก” 

     แม้ระยะหลังกิจการลุ่มๆ ดอนๆ ขายก๋วยเตี๋ยวได้ไม่ดีเหมือนช่วงแรกเปิดร้าน แต่เขาก็รู้สึกภูมิใจที่สามารถยืนได้ด้วยขาของตัวเอง ครอบครัวมีอยู่มีกิน ไม่ต้องไปหยิบยืมเงินเบียดเบียนผู้อื่น

 

Loading...